แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ African pygmy hedgehog แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ African pygmy hedgehog แสดงบทความทั้งหมด

# African Pygmy Hedgehog เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงเสน่ห์แรง

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีกับแฟนๆ อาณาจักสัตว์เลี้ยงทุกท่าน วันนี้ขอเม้านอกเรื่องสุนัขนิดหนึ่งด้วยภาระหน้าที่ 

ทางอาชีพท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่แสนวุ่นวายและมีการแข่งขันสูง ส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่เหลือเวลาส่วนตัวน้อยลงทุกขณะ ดังนั้น คงเป็นเรื่องยากหากพวกเขาต้องการสร้างความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงสักตัว แต่ปัจจุบันมีสัตว์มากมายหลายชนิดที่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับคนรักสัตว์รุ่นใหม่ ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาท่าทาง และลักษณะความเป็นอยู่ที่แตกต่างไปจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน เช่น สุนัข หรือแมว บางชนิดเหมาะสำหรับบางรสนิยม บางชนิดเหมาะสำหรับกลุ่มคนบางประเภท

African pygmy hedgehog หรือ เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีหนามแหลมทั่วลำตัว นับเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ได้ดี เพราะผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาเอาใจใส่มากนัก แต่สามารถชื่นชมเรียวขนได้อย่างใกล้ชิด จับสัมผัสได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลัดขนใส่ อีกทั้งการขดตัวม้วนกลม ซึ่งเป็นพฤติกรรมเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู ยังสร้างความน่ารักจนเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น 
 หนุ่มน้อยคนรุ่นใหม่ผู้หันมาเอาดีด้านการเลี้ยงเม่นแคระกล่าวกับอาณาจักรสัตว์เลี้ยงว่า "เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องการการดูแลมาก เป็นสัตว์หากินกลางคืน ที่ผมสามารถเล่นด้วยได้ในเวลาหลังเลิกงาน เพราะช่วงเวลากลางวันที่ผมไปทำงานมันก็จะนอน เป็นสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงดัง และที่ผมชอบก็คือ ขนหนามของเม่นแคระแต่ละตัวจะมีโทนสีแตกต่างกันออกไป เป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่กว่าจะได้เลี้ยงเม่นแคระจริงๆ ผมต้องศึกษาข้อมูลก่อนหลายปี จนพร้อมและมั่นใจว่าชอบจริงๆ แล้วก็เหมาะกับตัวเอง

จากเม่นแคระ 1 คู่ สู่การขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากกว่า 10 ตัว ในปัจจุบัน ผมทำไปเพราะความชื่นชอบส่วนตัวไม่อิงธุรกิจในแต่ละวันผมใช้เวลาช่วงเช้าเพียงเล็กน้อยก่อนออกไปทำงาน เพื่อให้อาหารเม่นและตักขี้เลื่อยส่วนที่เปื้อนมูลเม่นทิ้ง ถึงเวลาราว 3 ทุ่ม ก็กลับถึงบ้านมาทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วจึงเล่นกับเม่นแคระแสนรัก โดยปล่อยให้เม่นออกมาเดินเล่นนอกกรงเพื่อให้เม่นออกกำลังกายไปในตัว 
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสเม่นแคระมาก่อน อาจคิดว่าเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้คงเจ็บตัว เพราะขนอันแหลมคม แต่สำหรับผมแล้วเขาสามารถอุ้มจับเม่นได้อย่างสบายด้วยความชำนาญ สามารถลูบขนจากหัวจรดหางได้โดยขนเม่นไม่ตั้งชันเพราะความคุ้นเคย
"เม่นแคระ เป็นสัตว์ขี้ระแวง ชอบหลบซ่อนตัวในตอนกลางวัน ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่คุ้นเคยมักจะซุกตัวหาที่ซ่อน หรือขดตัวม้วนกลม เก็บขา หน้าตา และทำหนามตั้งชันขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากอันตราย แต่หากเม่นแคระได้กลิ่นแปลกๆ จากวัตถุ สิ่งของต่างๆ เม่นแคระมักจะกัดและเคี้ยววัตถุสิ่งของดังกล่าวจนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายมาแปะติดไว้ตามตัวเพื่อจดจำกลิ่น หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปกติของเม่นแคระทุกๆ ตัว ผู้เลี้ยงจึงควรระมัดระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรม อย่าให้เม่นไปกัด เคี้ยววัตถุที่มีพิษ"

ส่วนสีของเม่นแคระที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน อธิบายว่าแบ่งได้หลายโทนสี ได้แก่ สีนอมอล-ขนหนามพาดด้วยสีดำ ผิวหนังตา จมูก หู มีสีดำ คล้ำ สีช็อกโกแลต-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลเข้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู สีน้ำตาล ตาสีดำ สีบราวน์-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลอ่อน ตาสีดำ ส่วนอื่นเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีซินเนมอน-หนามพาดด้วยสีเทาน้ำตาล หน้าขาว ผิวหนังและหูสีชมพู ตาดำหรือดำอมแดง จมูกสีตับอ่อน สีซินนิคอท-หนามพาดด้วยสีเทาอมส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ผิวหนัง หน้า จมูก หูมีสีชมพู ตาดำ สีแอพริคอท-หนามพาดสีส้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู มีสีชมพู ตาสีแดงเข้ม หรือสีทับทิม สีอัลบิโน่-หนามสีขาวล้วนทั้งเส้นไม่มีสีอื่นปนตาสีแดงใส ส่วนอื่นมีสีชมพู 
          นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสีพิเศษ อาทิ เอ็กซ์-สโนว์แฟลก โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัว ประมาณ 30-70%, เอ็กซ์-ไวท์ โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัวมากกว่า 95% (มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "ขาวตาดำ") และ เอ็กซ์-พินโต โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่เป็นกลุ่มๆ มีบริเวณ เป็นจุดๆ
เม่นแคระแต่ละสีนี้ จะเห็นเด่นชัดในช่วงวัยที่ต่างกันและไม่แน่นอน ซึ่งนับเป็นความท้าทายของนักเลี้ยงเม่นแคระที่ต้องรอลุ้นว่าลูกๆ ที่ออกมาจะเกิดเป็นสีอะไร และราคาของแต่ละสีนั้นก็มีราคาซื้อขายตามท้องตลาดแตกต่างกันด้วย เริ่มตั้งแต่ตัวละ 500บาท จนถึงหลักพัน โดยสีที่ราคาสูงที่สุดคือ สีพินโตเอ็กซ์-ไวท์ราคาตั้งแต่ 700 -2,000 บาท

วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ เนื่องจากเป็นสัตว์หวงถิ่น จึงควรแยกเลี้ยงเม่นแคระในกล่องพลาสติคทึบแสงที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปๆ ขนาดพอประมาณ นำมาดัดแปลงโดยเจาะรูด้านข้างด้วยสว่านเจาะ หรือการเจาะเป็นช่องแล้วนำตาข่ายมาติดด้วยน็อต หรือไม่ก็ใช้กาวแท่งร่วมกับปืนกาว ช่วยในการยึดติดตาข่าย 1 ตัว ต่อ 1 กล่อง โดยในกล่องเลี้ยงเม่นแคระควรมีอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ บ้านหรือโพรงเป็นมุมมืดไว้ให้เม่นได้นอนกลางวัน ถ้วยสำหรับใส่อาหาร ขวดน้ำ ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ (แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่ง เพราะสะอาดและประหยัด)วิตามินผสมน้ำเพื่อช่วยเพิ่มเติมสารอาหารที่ขาดหายไป และอีกสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารสุนัข เพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก
ด้านการผสมพันธุ์ เม่นแคระสามารถเจริญพันธุ์ได้เมื่อช่วงอายุประมาณ 4 เดือน แต่ความพร้อมที่แท้จริงในการเป็นเม่นใหญ่ควรมีอายุประมาณ 5 เดือน ขึ้นไป ใช้เวลาตั้งท้อง 35 วัน ออกลูกครั้งละ 1-8 ตัว หย่านมเมื่อลูกเม่นมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 วัน ส่วนเรื่องการอาบน้ำซึ่งจะช่วยเรื่องกำจัดไรไปในตัว ควรอาบสัก 2 สัปดาห์/ครั้ง ในช่วงเวลาเที่ยงวัน โดยใช้แชมพูสำหรับเด็กเล็กหรือน้ำยาอาบน้ำสุนัขหรือแมว สูตรอ่อนโยน ผสมแบบเจือจางอาบให้เม่นแคระ แปรงด้วยแปรงสีฟันเบาๆ ล้างน้ำให้สะอาด แต่ระวังงอย่าให้น้ำเข้าหู ตา จมูก เม่นแคระ เช็ดหรือไดร์ขนให้แห้ง

"ปัญหาที่ผู้เลี้ยงมือใหม่พบมากก็คือ ซื้อลูกเม่นที่ยังไม่หย่านมมาเลี้ยง เปอร์เซ็นต์รอดจึงต่ำมากเพราะลูกเม่นยังไม่สามารถกินอาหารเองได้ ถ้าผู้ซื้อไม่สามารถสังเกตเรื่องขนาด หากจะเลือกซื้อต้องสังเกตการเดิน เม่นเด็กหย่านมจะเดินเองได้ถนัดแล้วไม่คลานเตาะแตะ จมูกชื้น มีสุขภาพดี แต่หากได้ลูกเม่นที่ดีมาเลี้ยงแล้ว สัตว์ชนิดนี้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่สร้างความยุ่งยากให้เราเลย เลี้ยงง่าย เพาะง่าย แข็งแรง เป็นเพื่อนยามราตรีได้อย่างดี"
ถึงวันนี้ ผมยังคงเพลิดเพลินกับการเลี้ยงเม่นแคระ โดยหาความสุขจากการมองดูพฤติกรรม และชื่นชอบกับการสะสมสีของเม่นแคระที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทั้งเลี้ยงเองและเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ คนรักเม่นแคระด้วยกันที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  แต่แม้ว่าเม่นแคระจะแพร่หลายเป็นที่รู้จักมานานหลายปี และเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ไม่ยากตามตลาดนัดสัตว์เลี้ยงต่างๆ สิ่งที่สำคัญของการเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใด นั่นคือ "การทำความเข้าใจในตัวตนที่แท้จริง"



 ข้อมูลจาก นิตยสารอาณาจักรสัตว์เลี้ยง
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงร่วมสมัย

ปัจจุบันมีสัตว์มากมายหลายชนิดเข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับคนรักสัตว์รุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ดังนั้น สัตว์เลี้ยงของพวกจึงต้องมีวิธีการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องการพื้นที่มากนัก แตกต่างไปจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน เช่น สุนัข หรือแมว และหนึ่งในสัตว์เลี้ยงหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาแบ่งปันความรักจากคนเลี้ยงสัตว์ไปไม่น้อยก็ได้แก่ เม่นแคระ หรือ African pygmy hedgehog 

           เม่นแคระ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีหนามแหลมทั่วลำตัว แต่สามารถจับสัมผัสได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลัดขนใส่หากจับอย่างถูกวิธี และมันไม่ต้องการการดูแลมากนัก อีกทั้งยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการขดตัวม้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์น่ารักโดดเด่น ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองจากศัตรูนั่นเอง


อุปนิสัยของ เม่นแคระ

            เม่นแคระ เป็นสัตว์สันโดษ ชอบอยู่ตัวเดียว และหวงถิ่น ดังนั้น ไม่แนะนำให้เลี้ยงรวมกัน ไม่เช่นนั้น เม่นแคระ อาจกัดกัดจนเสียชีวิตได้ หากเลี้ยงมากกว่า 1 ตัว ต้องแยกพื้นที่ในการเลี้ยงดูออกจากกันอย่างชัดเจน

           เม่นแคระ จะตื่นในเวลากลางคืน และนอนตอนกลางวัน กิจกรรมทุกอย่างจึงถูกกระทำตลอดคืน เช่น เดินไปมาในกล่อง ยกถ้วยอาหารเล่น กัดกินอาหาร กินน้ำจากขวด ฯลฯ

           เม่นแคระ ไม่ใช่สัตว์ที่มีนิสียชอบมาคลอเคลียกับผู้เลี้ยง และมันก็ไม่ฉลาดเหมือนสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอื่น ๆ เช่น กระต่าย หรือแก๊สบี้

           เม่นแคระ ที่มีขนแหลม ๆ ทั่วตัวนั้น อาจทำให้มือของคุณบาดเจ็บได้ หากจับไม่ถูกวิธี หรือทำให้เขาตกใจ หรือเม่นไม่มีความคุ้นเคยกับคุณ

           เม่นแคระ มักจะกัดและเคี้ยววัตถุหรือสิ่งของแปลก ๆ ที่มันไม่กลิ่น จนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายมาแปะติดไว้ตามตัว เพื่อจดจำกลิ่น หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปกติ ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรระมัดระวังอย่าให้ เม่นแคระ ไปกัด หรือเคี้ยววัตถุมีพิษ



สีของเม่นแคระ

           เม่นแคระแต่ละสีที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบันมีหลากหลายสี โดยแต่ละสีจะเห็นเด่นชัดในช่วงวัยที่ต่างกันและไม่แน่นอน และเม่นแคระแต่ละสีนั้นก็มีราคาซื้อขายตามท้องตลาดแตกต่างกันด้วย เริ่มตั้งแต่ตัวละ 500 บาท จนถึงหลักพัน โดยสีที่ราคาสูงที่สุดคือ สีแอพริคอท ราคาตั้งแต่ 1,500-2,000 บาทขึ้นไป

           สีนอมอล-ขนหนามพาดด้วยสีดำ ผิวหนัง ตา จมูก หู มีสีดำ คล้ำ

           สีช็อกโกแลต-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลเข้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู สีน้ำตาล ตาสีดำ

           สีบราวน์-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลอ่อน ตาสีดำ ส่วนอื่นเป็นสีน้ำตาลอ่อน

           สีซินเนมอน-หนามพาดด้วยสีเทาน้ำตาล หน้าขาว ผิวหนังและหูสีชมพู ตาดำ หรือดำอมแดง จมูกสีตับอ่อน

           สีซินนิคอท-หนามพาดด้วยสีเทาอมส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ผิวหนัง หน้า จมูก หูมีสีชมพู ตาดำ

           สีแอพริคอท-หนามพาดสีส้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู มีสีชมพู ตาสีแดงเข้ม หรือสีทับทิม

           สีอัลบิโน่-หนามสีขาวล้วนทั้งเส้นไม่มีสีอื่นปน ตาสีแดงใส ส่วนอื่นมีสีชมพู

           เม่นแคระ กลุ่มสีพิเศษ อาทิ...

           เอ็กซ์-สโนว์แฟลก โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัว ประมาณ 30-70%

           เอ็กซ์-ไวท์ โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัวมากกว่า 95% (มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "ขาวตาดำ")

           เอ็กซ์-พินโต โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่เป็นกลุ่ม ๆ มีบริเวณ เป็นจุด ๆ





วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ 

           สำหรับที่อยู่ของ เม่นแคระ ควรมีอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ บ้านหรือโพรงเป็นมุมมืดไว้ให้เม่นได้นอนกลางวัน, ถ้วยสำหรับใส่อาหาร, ขวดน้ำ, ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ (แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่ง เพราะสะอาดและประหยัด), วิตามินผสมน้ำเพื่อช่วยเพิ่มเติมสารอาหารที่ขาดหายไป

           ส่วนอาหารที่ใช้เลี้ยง เม่นแคระ แนะนำให้ใช้ อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารสุนัข เพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก

           อย่างไรก็ตาม เม่นแคระ ไม่ใช่สร้างที่เลี้ยงยาก เพียงแต่นักเลี้ยงเม่นแคระ มือใหม่ ส่วนใหญ่มักเลี้ยงไม่รอด เนื่องจากซื้อลูกเม่นที่ยังไม่หย่านมมาเลี้ยง เปอร์เซ็นต์รอดชีวิตจึงต่ำมาก ซึ่งวิธีการเลือกซื้อเม่นแคระ มาเลี้ยงนั้น ให้สังเกตการเดิน โดย เม่นแคระ ที่หย่านมแล้วจะเดินได้ถนัด ไม่คลานเตาะแตะ จมูกชื้น มีสุขภาพดี  
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# มาทำความรู้จักเม่นแคระกัน #

African pygmy hedgehog หรือ เม่นแคระ หรือชื่อไทยอื่นๆ ที่เคยได้ยินคนเรียกขานถึงสัตว์ชนิดนี้กัน เช่น "เม่นจิ๋ว" ,"เม่นสี " ,"ทุเรียนเดินได้" ,"เงาะหนาม" ชื่อเหล่านี้ล้วนเกิดจากลักษณะจุดเด่นของสัตว์ตัวนี้ทั้งนั้น ด้วยลำตัวที่ปกคลุมไปด้วยหนามทั่วทั้งตัว หรือพฤติกรรมเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู ด้วยการขดตัวม้วนกลม จนมองไม่เห็นขา หรือหน้าตา นอกจากหนามรอบตัว

เม่นแคระถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก โตเต็มที่มีขนาดใกล้เคียงกับหนูแกสปี้ หากินตามพื้นดิน อาหารหลักคือพวกแมลง หนอน สัตว์เล็กๆที่อยู่ตามพื้นดิน ออกหากินในตอนกลางคืน และพักผ่อน หลบซ่อนตัวเองจากศัตรูในตอนกลางวัน

มีจุดเด่นคือผิวหนังด้านบนจะปกคลุมด้วยหนามแข็งๆทั่วทั้งตัว โดยหนามจะมีโทนสีที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละตัว ส่วนผิวหนังด้านล่างส่วนท้องของลำตัวนั้นจะปกคลุมด้วยขนอ่อน มีลักษณะหยาบนิดหน่อย ไม่แข็งเป็นหนามเหมือนด้านบน

สำหรับถิ่นกำเนิดจุดเริ่มต้นของสัตว์ชนิดนี้ มาจากทวีปแอฟริกา และมีการนำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง และ มีการพัฒนาสายพันธุ์กันในแถบยุโรป อเมริกา จนทำให้ได้ลักษณะเม่นที่แตกต่างกันมากมาย ทั้งในด้านของสีหนามและลักษณะภายนอกอื่นๆ จนมีการตั้งชื่อและกำหนดลักษณะมาตรฐานสีชื่อกันขึ้นมา

สำหรับประเทศไทยนั้น เม่นแคระได้ถูกนำเข้ามาเพื่อเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้านเรือน เช่นเดียวกัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีจุดเด่นของตัวเอง เลี้ยงง่าย ดูแลก็ง่าย อีกทั้งพื้นที่ ที่ใช้ในการเลี้ยงก็น้อย และเรื่องของอาหารการกินที่ต้องจัดเตรียมให้เขา ก็ไม่ยุ่งยากมากนัก โดยเราสามารถให้อาหารแมวที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปได้ แล้วอาจจะเสริมด้วยหนอนนก(อาหารสุดโปรดของเม่นแคระ) หรือผลไม้ที่มีรสหวาน อาทิเช่น แอปเปิ้ล บ้างเป็นบ้างครั้งก็ได้
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS