แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เม่นแคระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เม่นแคระ แสดงบทความทั้งหมด

# กำลังจะเลี้ยงเม่นแคระ

เลี้ยงยังไง ง่ายมั้ย ต้องทำวัคซีนให้ปล่าว 
ราคาเท่าไร ที่บ้านมีแมวจะเลี้ยงได้ปล่าว





  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# อุปกรณ์และของตกแต่งสำหรับเม่นแคระ

เม่นแคระต้องการล้อวิ่งไหม?
แน่นอนครับ เม่นแคระควรมีล้อวิ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12-15 นิ้ว (ที่ดีที่สุดคือ 12 นิ้ว) เพื่อให้เขาออกกำลังกาย และเล่นล้อวิ่งเพื่อความสนุกสนานร่าเริ่งของเขา นอกจากนี้ล้อวิ่งยังเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกล่องเล ี้ยงเม่นขนาดเล็กหรือเม่นแคระที่ไม่ได้ออกจากกล่องไป วิ่งเล่นบ่อยๆครับ

ในประเทศไทยนั้นก็มีล้อวิ่งขายกันครับ แต่คนไทยไม่นิยมเนื่องจากนำเข้ามาแล้วมีราคาแพง ดังนั้นผมจึงขอเสนอให้สร้างล้อวิ่งเองเลยครับ ซึ่งการสร้างนั้นไม่ยากเท่าไหร่ครับ : 

ล้อวิ่งแบบใดที่ควรซื้อมาให้เม่นแคระ?
ล้อวิ่งนั้นมีหลายประเภทครับ แต่ที่เราจะต้องพิจารณาก่อนซื้อคือพื้นผิวของวงล้อที ่เท้าเม่นต้องสัมผัสครับ เพราะพื้นผิวที่เหมาะสมจะต้องเป็นพื้นที่แข็ง และไม่ควรมีลักษณะเป็นลวดที่ขึ้นเป็นซี่ๆหรือตาข่ายใ ดๆทั้งสิ้น อีกทั้งไม่ควรให้มีอะไรยื่นออกมาจนเกิดอันตรายกับเม่ นแคระได้ครับ

เลือกซื้อบ้านเม่นแคระประเภทใดดี?
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลากหลายไม่ว่าจะสำหรับคนเลี้ยงหร ือผู้เพาะพันธุ์ก็ตาม จุดหลบซ่อนของเม่นอาจจะเริ่มง่ายๆจากแผ่นฟิวเจอร์บอร ์ดหรือถุงนอน หรืออาจจะพิเศษกว่านั้นคือใช้ "Pigloo"1ซึ่งมีขายตามร้านขายสัตว์เลี้ยงในอเมริกาและบางแห่งใ นไทย แต่ของไทยส่วนมากจะเป็นบ้านไม้ หรือไม่ก็นำอ่างดินเจาะรูขนาดพอเหมาะมาให้มันคร ับ อย่างไรก็ตามต้องนึกถึงขนาดบ้านของเม่นแคระด้วยครับว ่าใหญ่เพียงพอที่จะให้มันยืดแข้งยืดขา ผ่อนคลาย และรู้สึกปลอดภัย รวมไปถึงจะต้องล้างและทำความสะอาดง่ายครับ ซึ่งในกรณีนี้ต้องกล่าวตามตรงคือบ้านไม้มันทำความสะอ าดยากลำบากมาก และอาจมีเชื้อราขึ้นอีกต่างหาก


วัสดุรองพื้นแบบไหนดี?
มันมีวัสดุรองพื้นสำหรับให้เม่นนอนและขับถ่ายอยู่หลา ยชนิดด้วยกันสำหรับสัตว์ขนาดเล็กครับ และทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้อะ ไร แต่ผมก็แนะนำว่า

1. อย่าใช้ขี้เลื่อยจากไม้เซดาร์ (Cedar) เนื่องจากมันมีน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนที่ทำให้เม่นแคระป ่วยได้โดยเห็นได้จากหลายๆกรณีที่เกิดขึ้นจริงคร ับ เช่นผิวเม่นแคระถูกสารเคมีกัด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเพราะกลิ่นน้ำมันจากไม้เ ซดาร์ครับ ผิวที่ถูกสารเคมีนั้นค่อนข้างที่จะมีอาการร้ายแ รงมาก แต่ถ้ารีบพาไปรักษาก็มีโอกาสที่จะหายครับ แต่หากเป็นในกรณีของระบบทางเดินหายใจแล้ว ส่วนมากก็ตายสถานเดียวครับ 

2. อย่าใช้ทรายแมว!!! เพราะมันถูกออกแบบมาให้จับตัวเป็นก้อนเมื่อถูกของเหล ว ซึ่งเม่นแคระมักจะพบว่ามีทรายแมวไปติดที่อวัยวะเพศแล ะใบหน้า ซึ่งอย่างกรณีอวัยวะเพศนั้นมันก็จะติดหนึบและเอาออกม าลำบาก ในขณะที่บริเวณใบหน้านั้นก็อาจจะติดเข้าไปในปาก หรือถ้าร้ายกว่านั้นคือติดดวงตาและอาจทำให้ตาบอ ดครับ

3. อย่าใช้ซังข้าวโพด!!! (กรณีนี้ถูกแนะนำอย่างแพร่หลายในประเทศไทยแบบผิดๆครั บ) เนื่องจากมันติดเชื้อราบางๆที่เราไม่เห็นได้ง่ายๆครั บ และมันก็เป็นพิษรุนแรงกับเม่นแคระที่เรารักและห่วงใย ครับ และหลายๆครั้งก็พบว่าซังข้าวโพดไปติดที่บริเวณอวัยวะ เพศอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะเม่นตัวผู้ครับ 

ดังนั้นก็ขอให้ระวังวัสดุรองพื้นที่มีกลิ่น เป็นฝุ่น มีรสหรือกลิ่นเปรี้ยวๆ หรือติดเชื้อราได้ง่ายครับ


ของเล่นอะไรดี?
ส่วนใหญ่ที่เห็นก็เป็นแกนกระดาษทิชชู่ แต่ก็มีอย่างอื่นที่ให้เม่นแคระเล่นได้อีกครับ ซึ่งการเลือกของเล่นก็เหมือนกับการที่เราเลือกของเล่ นให้กับเด็กเล็กคือไม่มีชิ้นส่วนที่แหลมคม หลุดง่าย ที่สำคัญคือของเล่นควรจะชิ้นใหญ่พอที่จะไม่เข้าไปในป ากและถูกกลืนเข้าไปได้ครับ และผมก็อยาหให้ระวังพวกเส้นด้ายจากผ้าต่างๆให้มากเป็ นพิเศษเพราะเม่นอาจเคี้ยวและไปติดในลำไส้ได้ครั บ โดยพื้นฐานแล้วของเล่นที่แม่นแคระเอาไปเล่นได้ก็เป็น ของเล่นที่เม่นแคระดัน ดึง ลากไปที่ต่างๆ หรือปีนป่ายได้เล็กๆน้อยๆ ก็ถือได้ว่าเป็นของเล่นที่น่าสนใจทีเดียวครับ


อุปกรณ์ใส่น้ำแบบไหนดี?
ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของแต่ละคนครับ ส่วนมากที่นิยมก็คือขวดน้ำสำหรับสัตว์ขนาดเล็กที่หาไ ด้ทั่วไป ซึ่งมีข้อดีตรงที่น้ำที่อยู่ในขวดนั้นไม่เสียง่ายเหม ือนกับถ้วยน้ำที่หกเลอะเทอะง่ายและทำให้น้ำเสียได้ง่ ายๆครับ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ถ้วยน้ำนั้นถือว่าเป็นให้น้ำแบ บที่เป็นธรรมชาติที่สุดครับ ซึ่งถ้าเราอยากจะให้แบบถ้วยน้ำแล้วก็ควรเป็นถ้วยที่ม ีน้ำหนักมากพอ ไม่หกเลอะเทอะง่าย และต้องมั่นตรวจเสมอว่ามีน้ำที่ สะอาด ใหม่ และปลอดภัย ครับ


อุปกรณใส่อาหารแบบไหนดี?
ปบบไหนก็ได้ที่มันใหญ่พอที่จะมีอาหารให้เม่นแคระกินไ ด้ตลอดวันครับ และจะต้องเป็นวัสดุที่ปลอดภัยต่ออาหารเสมอ ทั้งนี้ต้องระวังพวกชามเคลือบต่างๆที่ขายมาไว้เป็นที ่ใส่อาหารสัตว์ เพราะพวกนี้ส่วนมากมักจะไม่ได้มาตราฐานจึงเอามาให้สั ตว์ใช้ และก็พบอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นพิษต่อสัตว์ครับ


ใช้ลูกบอลแบบที่หนูวิ่งเอามาใช้กับเม่นแคระได้ไ หม?
บอลบริหารนั้นสามารถใช้ได้กับเม่นแคระเช่นเดียวกับที่ เราเอาไปใช้กับหนูแฮมสเตอร์ครับ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นลูปบอลที่มีขนาดใหญ่เท่ากับบาสเกด บอลถึงจะเหมาะ และเวลาใช้ก็ต้องคอยดูมันอยู่ตลอดเวลาเพราะฝาเปิดลูก บอลอาจจะเปิดออกมาเวลาที่เม่นวิ่งเร็วๆ ซึ่งอาจทำให้เม่นหลุดออกมาและวิ่งไปในที่ๆอันตรายได้ ครับ ทั้งนี้ลูกบอลบริหารนั้นก็ไม่แนะในให้เอามาใช้แทนล้อ วิ่งได้ 100% และมันควรถูกใช้ในระยะสั้นเท่านั้นสำหรับให้เม่นสำรว จบ้านของเราแบบปลอดภัยครับ 






ข้อมูลจาก hedgehogworld.com
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# ลักษณะนิสัยเม่นแคระ

เม่นแคระเป็นสัตว์สันโดษ หากินตัวเดียวในตอนกลางคืน กลางวันนอน มีนิสัยชอบอยู่ตัวเดียว หวงอาณาเขตบริเวณหากินของตัวเอง ดังนั้นไม่แนะนำให้เลี้ยงเม่นแคระมากกว่า 1 ตัวในพื้นที่เลี้ยงเดียวกัน เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เม่นแคระต่อสู้ กัดกัน เพื่อแย่งชิงอาณาเขตบริเวณในการหาอาหาร แนะนำให้เลี้ยงแยกกันโดยเด็ดขาด อาจจับรวมกันได้บ้าง กรณีต้องการจับคู่ผสมพันธุ์เมื่อเม่นแคระอยู่ในวัยที่เหมาะสม คือช่วงอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป

เม่นแคระเป็นสัตว์ขี้ระแวง ชอบหลบซ่อนตัวในตอนกลางวัน ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่คุ้นเคย เม่นแคระมักจะซุกตัวหาที่ซ่อน หรือขดตัวม้วนกลม เก็บขา หน้าตา และทำหนามตั้งชันขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากอันตราย แต่หากเม่นแคระได้กลิ่นแปลกๆจากวัตถุ สิ่งของต่างๆ เม่นแคระมักจะกัดและเคี้ยววัตถุสิ่งของดังกล่าวจนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายดังกล่าวมาแปะติดไว้ตามตัว เพื่อจดจำกลิ่นดังกล่าว หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปรกติของเม่นแคระทุกๆตัว ดังนั้นควรระมัดระวัง และหาทางป้องกันไม่ให้เม่นได้รับอันตรายจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการไปกัด เคี้ยววัตถุที่มีพิษ จนอาจทำให้ได้รับสารพิษดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายและเสียชีวิตได้ อีกอย่างผู้เลี้ยงเม่นแคระใหม่ๆ ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้ จะได้ไม่ตกใจจนเกินเหตุ เมื่อเห็นเม่นแคระแสดงพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นนี้ เช่น ตอนเปลี่ยนอาหารแมวรสใหม่ให้เม่นแคระ หรือการที่เปลี่ยนถ้วยอาหาร หรืออุปกรณ์ใหม่ๆเข้าไปในพื้นที่การเลี้ยงดู



บทความจาก  thailovepet.com
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# โรคที่พบในเม่น

การสังเกตอาการผิดปรกติ 
ระบบทางเดินอาหาร เริ่มที่ช่องปาก เม่นแคระที่สุขภาพดีควรมีฟันขาวสะอาดและเรียงตัวกันเป็นระเบียบสวยงามคล้ายกับฟันของสุนัขและแมว คนที่ขายบางคนเกรงว่าเม่นแคระที่ขายจะกัดผู้ที่ซื้อไป จึงตัดฟันเขี้ยวทั้งสี่ซี่ (บนสองล่างสอง) ออกเสีย โดยเชื่อว่าฟันจะได้ทื่อ กัดแล้วไม่เจ็บ เป็นความเชื่อที่ผิด กลับเป็นการทำให้เกิดฟันอักเสบและฝีรากฟัน เม่นแคระจะไม่กินอาหาร ปากเหม็นและหน้าบวม สัตวแพทย์ต้องมาถอนฟันและรักษากันนานในภายหลัง ส่วนเม่นแคระเพศเมียที่อายุมากเกินห้าปี บางตัวมีเนื้องอกของเหงือกได้ ซึ่งเจ้าของควรสังเกตเห็นแต่เนิ่น ๆ เพราะจะผ่าตัดออกได้ง่าย

ในระบบทางเดินอาหารนั้นอาการผิดปรกติซึ่งพบบ่อยที่สุดคือท้องเสียและอาเจียนจากอาหารเป็นพิษ เพราะอาหารไม่สะอาด หรือกินอาหารและขนมผิดประเภท เม่นแคระไม่ใช่สัตว์ที่ยอมปรับตัวง่ายๆ ระมัดระวังให้มากสักหน่อย ว่าอุจจาระของเม่นแคระก็มีเชื้อโรคมากไม่แพ้กัน อาจทำให้เจ้าของท้องเสียได้โดยง่าย ถ้ามาเล่นกับเม่นแคระและล้างมือไม่สะอาด เผลอไปหยิบอาหารกินเข้าไป อาจเป็นสาเหตุที่ต้องพาท่านเจ้าของไปโรงพยาบาลคนได้ 
สิ่งสำคัญคือ "โรคเริม" ในคนสามารถติดต่อไปยังเม่นแคระได้ โดยการกินอาหารต่อจากเจ้าของที่กำลังเป็นโรคเริมที่ริมฝีปาก ซึ่งอาจทำให้เม่นแคระเสียชีวิตได้

ระบบทางเดินหายใจ อาการ หายใจหอบ ไอ จาม ไม่กินอาหาร ไม่ยอมเคลื่อนไหวเหล่านี้มักเป็นอาหารที่พบบ่อยๆ มาจากโรคปอดและหลอดลมอักเสบในเม่นแคระ สาเหตุสำคัญมักมาจากการเลี้ยงที่หนาแน่นเกินไป การไม่ได้ออกมาปล่อยเล่นเสียบ้าง ติดโรคจากเจ้าของ อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาหรือการได้สูดดมสารระเหยที่มีพิษและฤทธิ์ระคายเคือง เมื่อเจ้าของพบอาการดังกล่าวควรนำมาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

ระบบทางเดินปัสสาวะ มาถึงส่วนบั้นท้ายลำตัวเม่นแคระที่กินแต่อาหารแมวอย่างเดียวมาเป็นระยะเวลานาน มีสิทธิที่จะเป็นโรคอ้วนและโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และแถมเป็นนิ่วได้ นับเป็นเรื่องที่เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น มากกว่ามารักษากันภายหลัง เพราะรักษาได้ยากและใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน

ระบบประสาท เป็นความผิดปกติที่มักพบกันเม่นแคระเพศเมีย อายุมากกว่าสามปีขึ้นไป แสดงอาการขาหลังอ่อนแรง ตอนแรกๆ เริ่มข้างเดียวก่อน จากนั้นก็จะลามมาเป็นทั้งสองข้าง ควบคุมอุจจาระและปัสสาวะไม่ได้ ปล่อยเลอะเทอะเรี่ยราด ซึ่งเป็นระยะที่เกินความเหมาะสมในการรักษาไปแล้ว สัตว์มักเสียชีวิตหลังแสดงอาการระยะสุดท้ายไม่นาน แต่ถ้ารักษาแต่เนินๆ โอกาสหายก็มี
ระบบผิวหนังและหนาม ผิวหนังอักเสบและขี้เรื้อนก็มีให้พบเห็นบ้างแต่ไม่บ่อยนัก เพราะในประเทศไทยเราต้องซื้อเม่นแคระจากต่างประเทศเท่านั้น และเม่นแคระทุกตัวที่นำเข้ามา ต้องผ่านการตรวจโรคจากต่างประเทศมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จึงเท่ากับว่าเป็นการกลั่นกรองคุณภาพไปในตัว มีหลงหูหลงตาไปบ้างก็เล็กน้อย ถ้าเป็นโรคในระบบนี้ เม่นแคระจะคัน เกาบ่อย ๆ หนามร่วงและมีสะเก็ดรังแคมากกว่าปกติมาก ต้องพาไปหาคุณหมอสัตวแพทย์วินิจฉัย ก็จะรักษาได้โดยง่าย








ข้อมูลจาก  pantown.com
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# African Pygmy Hedgehog เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงเสน่ห์แรง

ก่อนอื่นต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีกับแฟนๆ อาณาจักสัตว์เลี้ยงทุกท่าน วันนี้ขอเม้านอกเรื่องสุนัขนิดหนึ่งด้วยภาระหน้าที่ 

ทางอาชีพท่ามกลางสังคมยุคใหม่ที่แสนวุ่นวายและมีการแข่งขันสูง ส่งผลให้รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่เหลือเวลาส่วนตัวน้อยลงทุกขณะ ดังนั้น คงเป็นเรื่องยากหากพวกเขาต้องการสร้างความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงสักตัว แต่ปัจจุบันมีสัตว์มากมายหลายชนิดที่เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับคนรักสัตว์รุ่นใหม่ ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาท่าทาง และลักษณะความเป็นอยู่ที่แตกต่างไปจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน เช่น สุนัข หรือแมว บางชนิดเหมาะสำหรับบางรสนิยม บางชนิดเหมาะสำหรับกลุ่มคนบางประเภท

African pygmy hedgehog หรือ เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีหนามแหลมทั่วลำตัว นับเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ได้ดี เพราะผู้เลี้ยงไม่จำเป็นต้องทุ่มเวลาเอาใจใส่มากนัก แต่สามารถชื่นชมเรียวขนได้อย่างใกล้ชิด จับสัมผัสได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลัดขนใส่ อีกทั้งการขดตัวม้วนกลม ซึ่งเป็นพฤติกรรมเพื่อป้องกันตัวเองจากศัตรู ยังสร้างความน่ารักจนเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น 
 หนุ่มน้อยคนรุ่นใหม่ผู้หันมาเอาดีด้านการเลี้ยงเม่นแคระกล่าวกับอาณาจักรสัตว์เลี้ยงว่า "เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่เลี้ยงไม่ยาก ไม่ต้องการการดูแลมาก เป็นสัตว์หากินกลางคืน ที่ผมสามารถเล่นด้วยได้ในเวลาหลังเลิกงาน เพราะช่วงเวลากลางวันที่ผมไปทำงานมันก็จะนอน เป็นสัตว์ที่ไม่ส่งเสียงดัง และที่ผมชอบก็คือ ขนหนามของเม่นแคระแต่ละตัวจะมีโทนสีแตกต่างกันออกไป เป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว แต่กว่าจะได้เลี้ยงเม่นแคระจริงๆ ผมต้องศึกษาข้อมูลก่อนหลายปี จนพร้อมและมั่นใจว่าชอบจริงๆ แล้วก็เหมาะกับตัวเอง

จากเม่นแคระ 1 คู่ สู่การขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนมากกว่า 10 ตัว ในปัจจุบัน ผมทำไปเพราะความชื่นชอบส่วนตัวไม่อิงธุรกิจในแต่ละวันผมใช้เวลาช่วงเช้าเพียงเล็กน้อยก่อนออกไปทำงาน เพื่อให้อาหารเม่นและตักขี้เลื่อยส่วนที่เปื้อนมูลเม่นทิ้ง ถึงเวลาราว 3 ทุ่ม ก็กลับถึงบ้านมาทำความสะอาดอีกครั้ง แล้วจึงเล่นกับเม่นแคระแสนรัก โดยปล่อยให้เม่นออกมาเดินเล่นนอกกรงเพื่อให้เม่นออกกำลังกายไปในตัว 
สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยสัมผัสเม่นแคระมาก่อน อาจคิดว่าเลี้ยงสัตว์ชนิดนี้คงเจ็บตัว เพราะขนอันแหลมคม แต่สำหรับผมแล้วเขาสามารถอุ้มจับเม่นได้อย่างสบายด้วยความชำนาญ สามารถลูบขนจากหัวจรดหางได้โดยขนเม่นไม่ตั้งชันเพราะความคุ้นเคย
"เม่นแคระ เป็นสัตว์ขี้ระแวง ชอบหลบซ่อนตัวในตอนกลางวัน ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่คุ้นเคยมักจะซุกตัวหาที่ซ่อน หรือขดตัวม้วนกลม เก็บขา หน้าตา และทำหนามตั้งชันขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากอันตราย แต่หากเม่นแคระได้กลิ่นแปลกๆ จากวัตถุ สิ่งของต่างๆ เม่นแคระมักจะกัดและเคี้ยววัตถุสิ่งของดังกล่าวจนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายมาแปะติดไว้ตามตัวเพื่อจดจำกลิ่น หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปกติของเม่นแคระทุกๆ ตัว ผู้เลี้ยงจึงควรระมัดระวังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรม อย่าให้เม่นไปกัด เคี้ยววัตถุที่มีพิษ"

ส่วนสีของเม่นแคระที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบัน อธิบายว่าแบ่งได้หลายโทนสี ได้แก่ สีนอมอล-ขนหนามพาดด้วยสีดำ ผิวหนังตา จมูก หู มีสีดำ คล้ำ สีช็อกโกแลต-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลเข้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู สีน้ำตาล ตาสีดำ สีบราวน์-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลอ่อน ตาสีดำ ส่วนอื่นเป็นสีน้ำตาลอ่อน สีซินเนมอน-หนามพาดด้วยสีเทาน้ำตาล หน้าขาว ผิวหนังและหูสีชมพู ตาดำหรือดำอมแดง จมูกสีตับอ่อน สีซินนิคอท-หนามพาดด้วยสีเทาอมส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ผิวหนัง หน้า จมูก หูมีสีชมพู ตาดำ สีแอพริคอท-หนามพาดสีส้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู มีสีชมพู ตาสีแดงเข้ม หรือสีทับทิม สีอัลบิโน่-หนามสีขาวล้วนทั้งเส้นไม่มีสีอื่นปนตาสีแดงใส ส่วนอื่นมีสีชมพู 
          นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสีพิเศษ อาทิ เอ็กซ์-สโนว์แฟลก โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัว ประมาณ 30-70%, เอ็กซ์-ไวท์ โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัวมากกว่า 95% (มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "ขาวตาดำ") และ เอ็กซ์-พินโต โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่เป็นกลุ่มๆ มีบริเวณ เป็นจุดๆ
เม่นแคระแต่ละสีนี้ จะเห็นเด่นชัดในช่วงวัยที่ต่างกันและไม่แน่นอน ซึ่งนับเป็นความท้าทายของนักเลี้ยงเม่นแคระที่ต้องรอลุ้นว่าลูกๆ ที่ออกมาจะเกิดเป็นสีอะไร และราคาของแต่ละสีนั้นก็มีราคาซื้อขายตามท้องตลาดแตกต่างกันด้วย เริ่มตั้งแต่ตัวละ 500บาท จนถึงหลักพัน โดยสีที่ราคาสูงที่สุดคือ สีพินโตเอ็กซ์-ไวท์ราคาตั้งแต่ 700 -2,000 บาท

วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ เนื่องจากเป็นสัตว์หวงถิ่น จึงควรแยกเลี้ยงเม่นแคระในกล่องพลาสติคทึบแสงที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปๆ ขนาดพอประมาณ นำมาดัดแปลงโดยเจาะรูด้านข้างด้วยสว่านเจาะ หรือการเจาะเป็นช่องแล้วนำตาข่ายมาติดด้วยน็อต หรือไม่ก็ใช้กาวแท่งร่วมกับปืนกาว ช่วยในการยึดติดตาข่าย 1 ตัว ต่อ 1 กล่อง โดยในกล่องเลี้ยงเม่นแคระควรมีอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ บ้านหรือโพรงเป็นมุมมืดไว้ให้เม่นได้นอนกลางวัน ถ้วยสำหรับใส่อาหาร ขวดน้ำ ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ (แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่ง เพราะสะอาดและประหยัด)วิตามินผสมน้ำเพื่อช่วยเพิ่มเติมสารอาหารที่ขาดหายไป และอีกสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารสุนัข เพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก
ด้านการผสมพันธุ์ เม่นแคระสามารถเจริญพันธุ์ได้เมื่อช่วงอายุประมาณ 4 เดือน แต่ความพร้อมที่แท้จริงในการเป็นเม่นใหญ่ควรมีอายุประมาณ 5 เดือน ขึ้นไป ใช้เวลาตั้งท้อง 35 วัน ออกลูกครั้งละ 1-8 ตัว หย่านมเมื่อลูกเม่นมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 วัน ส่วนเรื่องการอาบน้ำซึ่งจะช่วยเรื่องกำจัดไรไปในตัว ควรอาบสัก 2 สัปดาห์/ครั้ง ในช่วงเวลาเที่ยงวัน โดยใช้แชมพูสำหรับเด็กเล็กหรือน้ำยาอาบน้ำสุนัขหรือแมว สูตรอ่อนโยน ผสมแบบเจือจางอาบให้เม่นแคระ แปรงด้วยแปรงสีฟันเบาๆ ล้างน้ำให้สะอาด แต่ระวังงอย่าให้น้ำเข้าหู ตา จมูก เม่นแคระ เช็ดหรือไดร์ขนให้แห้ง

"ปัญหาที่ผู้เลี้ยงมือใหม่พบมากก็คือ ซื้อลูกเม่นที่ยังไม่หย่านมมาเลี้ยง เปอร์เซ็นต์รอดจึงต่ำมากเพราะลูกเม่นยังไม่สามารถกินอาหารเองได้ ถ้าผู้ซื้อไม่สามารถสังเกตเรื่องขนาด หากจะเลือกซื้อต้องสังเกตการเดิน เม่นเด็กหย่านมจะเดินเองได้ถนัดแล้วไม่คลานเตาะแตะ จมูกชื้น มีสุขภาพดี แต่หากได้ลูกเม่นที่ดีมาเลี้ยงแล้ว สัตว์ชนิดนี้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่สร้างความยุ่งยากให้เราเลย เลี้ยงง่าย เพาะง่าย แข็งแรง เป็นเพื่อนยามราตรีได้อย่างดี"
ถึงวันนี้ ผมยังคงเพลิดเพลินกับการเลี้ยงเม่นแคระ โดยหาความสุขจากการมองดูพฤติกรรม และชื่นชอบกับการสะสมสีของเม่นแคระที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทั้งเลี้ยงเองและเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ คนรักเม่นแคระด้วยกันที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด  แต่แม้ว่าเม่นแคระจะแพร่หลายเป็นที่รู้จักมานานหลายปี และเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ไม่ยากตามตลาดนัดสัตว์เลี้ยงต่างๆ สิ่งที่สำคัญของการเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใด นั่นคือ "การทำความเข้าใจในตัวตนที่แท้จริง"



 ข้อมูลจาก นิตยสารอาณาจักรสัตว์เลี้ยง
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# อุปกรณ์ที่ควรมีก่อนการเลี้ยงเม่นแคระ

อุปกรณ์ที่ควรมีก่อนการเลี้ยงเม่นแคระ

สำหรับอุปกรณ์ที่ต้องจัดเตรียม เริ่มแรก
1.     กล่องสำหรับเลี้ยง มีหลายแบบ ทั้งบ้านเดียว คอนโด มีให้เลือกมากมาย
2.     บ้านสำหรับหลบนอนตอนกลางวัน หากไม่มีบ้านอาจใช้วิธีการจัดวางกล่องเพื่อให้เกิดมุมมืดภายในกล่องไว้ให้เม่นแคระหลบนอนก็ได้  จะเป็นแบบ ถอดได้ เป็นหรือ ติดกับกล่องก็ได้ค่ะ
3.     ถ้วยสำหรับใส่อาหาร ใช้แบบไหนก็ได้ ทั้ง ดินเผา พลาสติก หรือจะเซรามิก  ทั้งนี้ ระวังเรื่องสะอาดด้วย เพราะถ้วยแต่ละชนิดมี ข้อดีไม่เหมือนกัน
4.     ขวดน้ำ หรือกระบอกน้ำ  น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการให้น้ำเม่น  ทั้งสะดวกแล้วก็สะอาด  มั่นล้างทำความสะอาดบางเป็นครั้งคราว
5.     ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่งเพราะจะดูดซับของเสียได้ดี
6.     มันติวิตามิน ผสมน้ำสำหรับสัตว์ เพื่อช่วยเสริมสารอาหารที่ขาดหายไป และยังช่วยไม่ให้เม่นเกิดอาการเคลียดขึ้นได้  ส่วนการเลือกซื้อนั้น ใช่ยี้ห้อใดก็ได้ ขวดหนึ่งราคา ประมาณ 40-60 บาท 
7.     อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารหมาเพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก



อย่างที่รู้ๆกันครับ ช่วงนี้อากาศร้อนมากครับ ถึงแม้ว่าเม่นแคระ เดิมจะเป็นสัตว์เมืองร้อน แต่ถ้าร้อนมากๆ เม่นแคระอาจเครียด จนทำให้การกินอาหารน้อยลงครับ ดังนั้นเราลองมาแชร์วิธีคลายร้อนให้น้องเม่นกันดีกว่าครับ เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน


สำหรับผมนั้นวิธีที่ผมใช้คือ 
1. จัดวางกล่องเม่นในบริเวณที่อากาศถ่ายเทสะดวก
2. เปิดกล่องเม่นมากขึ้น ไม่ต้องปิดฝาทั้งหมด อาจเปิดไว้ครึ่งฝา เพื่อให้อากาศระบายครับ
3. ดูแลน้ำอย่าให้ขาดครับ ช่วงนี้เม่นจะทานน้ำมากครับ
4. หาอุปกรณ์คลายร้อนให้น้องเม่นครับ สำหรับผมเอาแบบหาง่ายๆครับ คือกระเบื้องปูพื้นนั้นเองครับ มาวางให้น้องเม่นมานอน เพื่อช่วยระบายความร้อน น้องเม่นจะได้ไม่เคลียดมาก




ข้อมูลจาก meawaon.siam2web.com

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# ข้อมูลทั่วไปของเม่นแคระ

เม่นแคระจำศีลหรือไม่?
เม่นแคระบางสายพันธุ์จำศีลครับ เช่นสายพันธุ์ยุโรป ส่วนเม่นแคระที่เราเลี้ยงกันนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องจำ ศีลครับ ในความเป็นจริงแล้วเม่นแคระแอฟริกันที่เราเลี้ยงกันน ี้ เมื่ออยู่ในแถมอากาศหนาวจัดก็สามารถทำให้มันตายจากกา รที่อุณหภูมิร่างกายต่ำ (Hypothermia) ได้เลยทีเดียวครับ ดังนั้นเราควรจะให้มันอยู่ในอุณหภูมิที่อบอุ่น (ไม่ใช่ร้อนอบอ้าว) และมีแสงไฟที่พอเหมาะ ส่วนแถบอากาศหนาวจะทำให้เม่นอยู่ในสภาวะกึ่งหลั บ (semi-stuporous state) ซึ่งสภาพนี้เองจะทำให้เม่นแคระของเราไม่อยู่นิ่งจนคล ้ายกับว่ามันกำลังจำศีลครับครับ (นักวิทยาศาสตร์มักจะหาข้อแตกต่างครับ ถึงแม้ว่าอยู่ในสภาพกึ่งหลับคนทั่วไปก็มองว่ามันคือก ารจำศีลนั่นแหละครับ)



เม่นแคระมีพิษไหม?
ไม่ครับ เม่นแคระไม่มีสารพิษใดๆที่ซ่อนเอาไว้ทั้งนั้นคร ับ แต่สิ่งที่เม่นแคระอาจจะใกล้เคียงกับสัตว์มีพิษก็ต่อ เมื่อมันเอาอะไรก็ตาม ที่สามารถทำให้เราระคายเคืองได้อย่างเช่นต้นหญ้าไปป้ ายบนหนามของมัน แล้วเราเกิดไปสัมผัสเข้าทำให้เราแพ้ได้ครับ ซึ่งการเลียตัวเองแบบนี้เรียกว่า Self-anointed หรือเรียกเป็นไทยๆว่า "เลียตัวเอง" ก็แล้วกันครับ

เม่นแคระมีสลัดหนามพุ่งใส่คนได้ด้วยหรือ?
ไม่อีกแหละครับ นั่นมันเป็นในการ์ตูนครับ ในความเป็นจริงหนามของเม่นก็เหมือนกับเส้นผมของ คนเรา มีขึ้นมาใหม่ได้และก็ร่วงได้
แต่ของเม่นนานๆจะเป็นร่วงสักทีครับ โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นที่ช่วงอายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 8 เดือนจากเท่าที่ผมเลี้ยงและสังเกตดูครับ อย่างไรก็ตามการที่หนามของเม่นร่วงลงนั้นอาจะจะหมายถ ึงอาการป่วยบางประการ ด้วยเช่นกันครับ ซึ่งกรณีที่บ้านเราฮิตกันมากก็คือตัวไรครับ แนะนำให้อ่านบทความเรื่องตัวไรชวนปวดหัวครับ

เม่นแคระมีอายุได้เท่าไหร่?
ในป่าอายุเพียงแค่ 18 เดือนก็ถือว่าอายุยาวแล้วครับ แต่ที่เราเอามาเลี้ยงโดยปกติก็จะอยู่ที่ราวๆ 3-5 ปี แต่บางตัวก็อายุได้ยืนยาวถึง 8 ปีที่เดียวครับ

บอกได้ยังไงว่าตัวไหนตัวผู้ตัวไหนตัวเมีย?

เม่นแคระดูเพศง่ายมากครับ เพียงแค่ดูที่ "จุก" ที่ท้องครับ จุกของตัวผู้จะอยู่ที่กลางท้องห่างจากรูทวารหนักมากค รับ
และสามารถดูได้อีกวิธีคือดูได้จากลูกอัณฑะที่อยู่ห่า งจากหางไม่มากนัก มันจะปูดออกมาให้เห็นเป็นบางตัวครับ ส่วนตัวเมียจุกของมันจะอยู่ชิดกับรูทวารหนักครั บ

เม่นแคระใหญ่ได้แค่ไหน?
โดยมากก็จะอยู่ที่ประมาณ 600 กรัมและมีความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 6-8 นิ้ว บางตัวก็ตัวเล็กหนักเพียงแค่ 250 กรัม
ในขณะที่บางตัวก็หนักได้มากถึง 1200 กรัม (1.2 ก.ก.) ดังนั้นน้ำหนักเป็นเรื่องที่ไม่คงที่ครับ

เม่นแคระมีกลิ่นเหม็นไหม?
มีแต่มีไม่มากครับ เม่นแคระที่มีการเลี้ยงดูอย่างดีมีกรงสะอาดก็แทบจะไม ่มีกลิ่นเลยครับ ถ้าอุจาระออกมาใหม่ๆกลิ่นบ้าง และทั้งนี้ก็ขึ้นกับอาหารด้วยครับว่าอาหารชนิดนั้นทำ ให้เกิดกลิ่นเหม็นหรือเปล่า อีกประการคือถ้าเราอาบน้ำให้เม่น เม่นก็จะสะอาดและไม่มีกลิ่นเหม็นครับ

เม่นแคระส่งเสียงดังไหม?
ส่วนนี้ต้องบอกว่าเสียงมาจากสภาพแวดดล้อมของเม่นครับ เช่น วงล้อของเม่น ขวดน้ำ ถ้วยอาหาร เวลาเม่นวิ่งไปชนก็อาจจะเกิดเสียงขึ้นได้ครับ แต่ตัวของเม่นเองนั้นมักจะไม่ส่งเสียงรบกวนใดๆครับถึ งแม้ว่าเม่นเองจะส่ง เสียงได้หลายโทนเสียงแต่ก็เหมือนกับคนที่เงียบๆไม่พู ดจาอะไรครับ ถ้ามันไม่มีปัญหาเกิดขึ้นอย่างกรณีที่ได้รับบาด เจ็บ หรือขณะที่ตัวผู้ส่งเสียงร้องขอผสมพันธุ์กับตัวเมียค รับ นอกจากนี้มันก็ไม่น่าจะร้องออกมาให้เราได้ยินหรอกครั บ (ในบางครั้งเพศเดียวกันก็ส่งเสียงหากันครับ) สำหรับลูกเม่นนั้นมักจะส่งเสียงเล็กๆขอนมแม่เป็นเรื่ องปกติครับ แต่อย่างไรก็ตามหากเม่นได้รับบาดเจ็บ อยู่ในอันตราย เม่นแคระก็จะร้องเสียงดังมากขนาดที่ทำให้เราตกใจได้เ ลยครับ
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# เม่นแคระ กับพฤติกรรมต่าง ๆ ที่ผู้เลี้ยงควรรู้

กลายเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงหน้าใหม่ ที่คนไทยหันมาเลี้ยงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ผู้เลี้ยงจำนวนมากก็ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยง เม่นแคระ โดยเฉพาะเรื่องพฤติกรรมความเป็นอยู่ ดังนั้น วันนี้เราจึงขออาสาพาเพื่อน ๆ ไปเรียนรู้พฤติกรรมของ เม่นแคระ เพื่อการเลี้ยงเจ้าสัตว์ชนิดนี้อย่างถูกทางค่ะ

           เม่นแคระ เป็นสัตว์หากินกลางคืน จะตื่นทั้งกลางวันและกลางคืน คล้ายกับแมว เชื่อง และเข้ากับผู้เลี้ยงได้ง่าย

          เม่นแคระ จัดเป็นสัตว์ที่ชอบหากินตามลำพัง ดังนั้น การเลี้ยงไม่ควรรวมกันเป็นฝูง

          เม่นแคระ มีนิสัยชอบหลบหนี ดังนั้น สถานที่เลี้ยงควรมีผิวผนังเรียบเพื่อให้ปีนป่ายไม่ได้

          ในกรงเลี้ยงควรมีวัสดุปูรองพื้นกรงเพื่อให้เม่นแคระได้ใช้มุด ขุดเล่นคล้ายสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติ

          เช่นเดียวกับการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ การเลี้ยงเม่นแคระ ควรหาวงล้อให้เขาถีบ หรือวิ่งปั่นด้วย

          ยามที่ เม่นแคระ แสดงความเจ็บปวดหรือไม่พึงพอใจ จะร้องด้วยความกลัวหรือหวีดเสียงดัง แล้วม้วนตัวกลม ขนแหลมตั้งชัน 
  
          หาก เม่นแคระ เดินเหย่งขา แสดงว่ามีอาการเจ็บขา ถ้าเจ็บปวดในปากมักจะมีน้ำลายไหลเยิ้ม เคี้ยวอาหารลำบาก ไม่กินอาหาร

            อาหารเม่นแคระ จำพวกผักและผลไม้ ควรจะปลอดสารพิษ และไม่ควรทิ้งอาหารไว้ข้ามวัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน

           หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวและผลไม้ที่มีเปลือกแข็ง เนื่องจากถ้ากินมาก เม่นแคระ อาจเจอปัญหาเรื่องลำไส้อุดตันได้ ผลไม้แนะนำ เช่น  แอปเปิ้ล, ชมพู่ ฯลฯ

           ผักที่ให้เม่นแคระกิน ควรเป็นผักควรที่มีกากใยอาหารสูง 

           เม่นแคระ มีสัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่า หากผู้เลี้ยงได้เม่นแคระที่ถูกจับมาจากธรรมชาติ เขามักจะไม่ค่อยทนต่อความเครียด และจะป้องกันตัวเองด้วยการส่งเสียงร้องหรือขู่ ซึ่งอาการเหล่านี้จะไม่พบในเม่นแคระที่เกิดจากการเพาะขยายพันธุ์
  
           เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างขี้ระแวง หากมีอะไรที่ผิดปกติ เช่น สิ่งของใหม่ กลิ่นแปลก ก็จะแสดงอาการต่อต้านหรือหลบเลี่ยง

          เม่นแคระชอบเล่นน้ำลาย แล้วเอามาป้ายขนตัวเองอยู่เสมอ

          รู้อย่างนี้แล้ว...คงจะเป็นแนวทางให้เพื่อน ๆ ที่เลี้ยง เม่นแคระ นำไปปรับใช้กันได้นะคะ
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# อาบน้ำเม่นแคระกันเถอะ

อาบน้ำเม่น

โดยธรรมชาติแล้ว เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยที่จะชอบน้ำ ดังนั้น การอาบน้ำให้กับเม่น นั้นก็ค่อนข้างจะลำบากหน่อย ซึ่งโดยปกติ แล้ว เม่นเมื่อกินอาหารเข้าไป ก็จะ ถุยน้ำลายไว้ที่ขนตรงหลัง หรือไม่ก็ ข้างลำตัว ของเขา



ดังนั้นเราควรที่จะอาบน้ำให้บางเพื่อล้างสิ่งสกปรกสะสมนอกจากนี้ ยังช่วยในการกำจัด พวกปรสิต (ไร )ที่มาอาศัยอยู่กับเจ้าเม่น ของเราอีกด้วย การอาบน้ำให้กับเม่น ควรจะทำเพียง ดือนละครั้ง หรือไม่ก็ ประมาณ 2 เดือนครั้ง

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมในการอาบน้ำเม่นแคระ

  • น้ำยาอาบน้ำเม่นแคระ อาจใช้ แชมพูสำหรับเด็กเล็ก , น้ำยาอาบน้ำสุนัข หรือ แมว ให้เลือกสูตรที่อ่อนโยน , น้ำยา 3p
  • ผ้าขนหนู สำหรับเช็ดตัวเม่นแคระหลังจากอาบน้ำเสร็จ
  • กะละมังเล็กๆ 2 ใบ เอาไว้ใส่ส่วนผสมน้ำยาอาบน้ำ และเป็นพื้นที่ในการอาบน้ำเม่นแคระ
  • แปรงสีฟัน ใช้สำหรับขัดสิ่งสกปรกที่ติดตามขนเม่นแคระ โดยการแปรงจากหัวเม่นแคระไปท้ายเม่นแคระ
  • ไดร์เป่าผม อันนี้มีก็จะดีมาก เพราะช่วยทำให้เม่นแห้ง ไม่อับชื่นหลังอาบน้ำ



ขั้นตอนในการอาบน้ำเม่นแคระ

1. เปิดน้ำในกะละมังให้ระดับน้ำ อยู่ประมาณท้องของเม่น จากนั้นก็เอาแชมพู ลงไปผสมให้เกิดฟอง ในกะละมังอีกใบ
2. ค่อยๆนำเม่นลงไปในกะละมังเอาน้ำตักใส่หลังและตามตัวให้เปียก เพื่อนๆ ควรระวังไม่ให้น้ำ เข้าหู ตา และ จมูก ในกรณีที่มีก๊อกน้ำเปิดน้ำแล้วค่อยๆนำเม่นผ่านน้ำเหมืนเวลาเราอาบฝักบัวก็ ได้
3. นำเม่นลงไปในกะละมังในที่ผสมชมพูไว้ ค่อยแปรงตามแนวขน เน้นจุดที่สกปรกมาก ใช้มือถูตามตัวบริเวณขนอ่อน เช่น เท้า ขา ท้องแล้วก้น
4. ล้างตัวเม่นด้วยน้ำสะอาด ลักษณะเดียวกับขั้นตอนที่ 2 ควรระวัง การล้างชมพูออกไม่หมด เพราะจะทำให้เม่นแพ้ และคันในภายหลัง
5. เอาขึ้นมาเช็ดตัวเค้าด้วยผ้าขนหนูสะอาดๆ พร้อมเป่าด้วยไดร์(เปิดแค่มีลมพอนะ ไม่ต้องเอาร้อน เดียว เม่น จะสุกก่อนสะอาด)

ข้อควรระวังคือ

1. พยายามอย่าให้เม่นสำลักน้ำ ดูปริมาณระดับน้ำในอ่างหรือกะละมังที่ใช้อาบน้ำน้องเม่นให้ได้ระดับประมาณ บริเวณท้องเม่นน่าจะพอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำนั้นเข้าจมูก เข้าปาก หรือ เข้าตา และก็ หู ในขณะอาบน้ำครับ พยายามเงยหน้าเม่นเพื่อป้องกันน้ำ แล้วในขณะลาดน้ำ หรือ ปล่อยน้ำลงบนตัวเนื้อล้างพวกสารแชมพู ก็ระวังด้วยครับ ซึ่งบริเวณ ที่เลี่ยงได้ก็ควร หลีกเลี่ยง ครับ เช่นบริเวณ หัว และ หน้า
2. การเตรียมน้ำและอากาศเพื่ออาบน้ำให้เม่นแคระ น้ำไม่ควรร้อนหรือเย็นจนเกินไป อาจจะทำให้เม่นนั้นเป็นหวัด หรือ ไม่สบายได้ ควรเลือกเวลาไม่ให้ อากาศเย็นจนเกินไปด้วย
3. การเตรียมแชมพูอาบน้ำนำผสมกับน้ำแล้วคนจนเข้ากันไม่ควรใส่เยอะจนเกินไปจนทำ ให้เกิดฟองมากเพราะจะทำให้ เวลาล้างออกจะยาก และ อาจทำให้เข้าปากและจมูกเม่นได้เวลานำเม่นลงอาบน้ำ ควรรอให้ฟองหมดก่อนจึงนำน้องเม่นลงอาบ
4. ไม่ควรใช้ แชมพูของคนครับ เพราะว่า ผิวหนังของเม่นนั้นบางกว่าคนครับ อาจจะทำให้เกิดอันตรายตามมาได้ครับ
5. การนำน้องเม่นใส่ในภาชนะบางครั้งเม่นอาจจะขดกลมอยู่ แต่พอเราหยิบใส่ทั้งขดอยู่จะทำหั้ยเม่นสำลักน้ำได้และอาจจะเข้าหูเข้าตาได้ ควรรอให้เม่นพร้อมก่อนนำใส่ในภาชนะอาบ
6. การแปรงขนน้องเม่นควรแปรงตามแนวขนครับ ไม่ควรแปลงทวนขน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจจะทำให้ผิวหนังของเม่นนั้นอัพเสบ ได้คับ
7. ควรล้างน้ำมให้สะอาด อย่าให้มีสารตกค้างครับ เพราะอาจจะมีปัญหากับผิวหนังได้ครับ
8. ไม่ควรอาบน้ำบ่อยๆจนเกินไปครับ ควรอาบเพียง 2 เดือนต่อ ครั้งครับ

การอาบน้ำและหยดไร

  • ยาหยดฆ่าไร ไม่ว่ายี้ห้ออะไร ใช้หยดบริเวณหลังคอเม่น จะได้ผลก้อต่อเมื่อไรเริ่มดูเลือดเม่น
  • ยาอาบน้ำประเภท 3p ใช้อาบน้ำเม่นปกติ เพื่อฆ่าเชื้อโรค ไล่ไร ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • ยาขับไล่ไร ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี เช่น f1 หรือ ขมิ้น สะเดา ฯ ได้ผลแค่ไล่ ไมได้ฆ่าไรให้ตาย
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# ‘ เม่นแคระ ’ สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ที่เลี้ยงง่าย มีสีให้เลือกมากมาย

“ เม่นแคระ”  จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนแข็ง และ แหลมคล้ายกับแปรงพลาสติก เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีอันตรายจะม้วนตัวกลมเหมือนกับลูกฟุตบอล เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ที่คนไทย เริ่มนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามทั้ง ๆ ที่มีการนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเราเพียงปีเศษเท่านั้น “เม่นแคระ” เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะเด่นตรงสีสันที่มีความหลากหลายสวยงาม ปัจจุบันพบว่าทั่วโลกมีสีที่ลำตัว เกือบ 100 สี และสีที่นิยมเลี้ยงในบ้านเราได้แก่ สีนอร์มอล, ช็อกโกแลต, ขาวเผือก, ซินเนมอลและสีน้ำตาลส้มแอพริคอต ซึ่งเป็นสีที่หายากและมีราคาแพงที่สุด



                        เลี้ยงเม่นแคระประมาณ 30 ตัว โดยเน้นสีที่นิยมเลี้ยงในบ้านเราแต่ยังไม่มีสีน้ำตาลส้มแอพริคอต ได้มีการนำเม่นแคระเหล่านี้มาผสมพันธุ์ให้ได้ลูกเม่นที่สีสันแตกต่างออกไป เช่น มีสีด่างเป็นวงลายสองสีภายในตัวเดียวกัน การเลี้ยงเม่นแคระของเราอาจจะแตกต่างจากคนอื่นตรงที่ เม่นแคระทุกตัวจะมีใบเพ็ดดีกรีที่เราทำขึ้นมาเอง เพื่อความสะดวกในการพัฒนาสายพันธุ์ จากที่หลายคนคิดว่าเม่นแคระมีความน่ากลัวตรงที่สลัดขนและเป็นอันตรายต่อผู้เลี้ยงนั้น เราได้อธิบายว่าผู้ที่จะเลี้ยงเม่นแคระจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมความเชื่อที่ว่า เม่นแคระจะไม่สลัดขนใส่ใคร จะร่วงหลุดเองตามธรรมชาติ ความจริงแล้วขนของเม่นแคระไม่แข็งอย่างที่คิด แต่จะไม่นุ่มเหมือนขนสุนัขหรือขนกระต่ายที่มีสองชั้น เวลาลูบจะต้องลูบจากหัวไปหางอย่าลูบย้อนศร ปัจจุบันยังมีผู้เลี้ยงเม่นแคระหลายรายที่มักจะใช้ถุงมือจับเม่นแคระโชว์จะทำให้ผู้ที่คิดจะเลี้ยงขาดความเชื่อมั่น ความจริงเม่นแคระสามารถจับเล่นได้ด้วยมือเปล่าด้วยวิธีการที่ถูกต้องโดยการช้อนมืออุ้มที่ใต้ท้องของเม่นแคระ เป็นที่สังเกตว่าผู้ที่เลี้ยงเม่นแคระจะไม่ได้ยินเสียงร้องจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเลี้ยงสัตว์สวยงามไม่ชอบเสียงรบกวน ( อาจจะได้ยินเสียงร้องบ้างในช่วงผสมพันธุ์ )



                         วิธีการเลี้ยงดูเม่นแคระไม่ยุ่งยาก ในกรงเลี้ยงมีความกว้างเพียงพอให้เม่นแคระได้เดินไปมาได้สะดวก พื้นกรงรองด้วยขี้เลื่อยเหมือนกับการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์ กรงเลี้ยงสามารถประยุกต์กล่องพลาสติกที่มีฝาปิด นำมาดัดแปลงโดยการเจาะข้างและใส่ตะแกรงลวดตาถี่ ดูว่าให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก น้ำสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงเม่นแคระแต่ที่ขาดไม่ได้เช่นกันคือ หนอนนกและอาหารแมวและควรจะเสริมด้วยผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ วิธีการสังเกตเพศคล้าย กับการดูเพศหนูหรือกระต่าย แต่จะยุ่งยากบ้างเพราะเม่นแคระจะชอบม้วนตัวและเป็นสัตว์ที่มีความระวังภัยสูงและจมูกดี การอุ้มจะต้องช้อนท้องขึ้นมาหรืออาจจะใช้เทคนิคการดูเพศด้วยการนำเม่นแคระมาใส่ในชามหรือโหลแก้วใส ๆ แล้วยกดูใต้ท้อง ในเชิงพาณิชย์แล้ว  “ เม่นแคระ ” เป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้จริง ให้ลูกครอกละ 1 - 8  ตัว 
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# จะรู้ได้ยังไงว่าเม่นท้อง

หลังจากที่เราจับคู่เม่นไว้ 1 สัปดาห์ และจับเม่นแยกกล่องแล้ว คราวนี้จะรู้ได้อย่างไรว่ามันตั้งท้องหรือไม่? ก็พอจะมีวิธีสังเกตุกันอยู่ครับ
1.เม่นจะกินเก่งกว่าปกติ
2.ฉี่และอึจะมีกลิ่นแรงกว่าปกติ
3.นมจะตั้งเต้าหรือแหลมๆออกมาเห็นชัดเจนขึ้น
4.ท้องก็จะใหญ่ขึ้นดูกลมๆ
5.เม่นบางตัวจะดุขึ้นในช่วงตั้งท้อง
           ระยะเวลาการตั้งท้องของเม่นแคระประมาณ 35 วัน ระหว่างที่เม่นตั้งท้องและหลังคลอดควรให้อาหารและบำรุงเม่นสักหน่อยเพื่อให้แม่เม่นนั้นแข็งแรงและพร้อมสำหรับการเลี้ยงดูลูกน้อยที่ใกล้จะเกิดออกมาด้วยนะครับ
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงร่วมสมัย

ปัจจุบันมีสัตว์มากมายหลายชนิดเข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับคนรักสัตว์รุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ดังนั้น สัตว์เลี้ยงของพวกจึงต้องมีวิธีการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องการพื้นที่มากนัก แตกต่างไปจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน เช่น สุนัข หรือแมว และหนึ่งในสัตว์เลี้ยงหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาแบ่งปันความรักจากคนเลี้ยงสัตว์ไปไม่น้อยก็ได้แก่ เม่นแคระ หรือ African pygmy hedgehog 

           เม่นแคระ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีหนามแหลมทั่วลำตัว แต่สามารถจับสัมผัสได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลัดขนใส่หากจับอย่างถูกวิธี และมันไม่ต้องการการดูแลมากนัก อีกทั้งยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการขดตัวม้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์น่ารักโดดเด่น ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองจากศัตรูนั่นเอง


อุปนิสัยของ เม่นแคระ

            เม่นแคระ เป็นสัตว์สันโดษ ชอบอยู่ตัวเดียว และหวงถิ่น ดังนั้น ไม่แนะนำให้เลี้ยงรวมกัน ไม่เช่นนั้น เม่นแคระ อาจกัดกัดจนเสียชีวิตได้ หากเลี้ยงมากกว่า 1 ตัว ต้องแยกพื้นที่ในการเลี้ยงดูออกจากกันอย่างชัดเจน

           เม่นแคระ จะตื่นในเวลากลางคืน และนอนตอนกลางวัน กิจกรรมทุกอย่างจึงถูกกระทำตลอดคืน เช่น เดินไปมาในกล่อง ยกถ้วยอาหารเล่น กัดกินอาหาร กินน้ำจากขวด ฯลฯ

           เม่นแคระ ไม่ใช่สัตว์ที่มีนิสียชอบมาคลอเคลียกับผู้เลี้ยง และมันก็ไม่ฉลาดเหมือนสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอื่น ๆ เช่น กระต่าย หรือแก๊สบี้

           เม่นแคระ ที่มีขนแหลม ๆ ทั่วตัวนั้น อาจทำให้มือของคุณบาดเจ็บได้ หากจับไม่ถูกวิธี หรือทำให้เขาตกใจ หรือเม่นไม่มีความคุ้นเคยกับคุณ

           เม่นแคระ มักจะกัดและเคี้ยววัตถุหรือสิ่งของแปลก ๆ ที่มันไม่กลิ่น จนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายมาแปะติดไว้ตามตัว เพื่อจดจำกลิ่น หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปกติ ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรระมัดระวังอย่าให้ เม่นแคระ ไปกัด หรือเคี้ยววัตถุมีพิษ



สีของเม่นแคระ

           เม่นแคระแต่ละสีที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบันมีหลากหลายสี โดยแต่ละสีจะเห็นเด่นชัดในช่วงวัยที่ต่างกันและไม่แน่นอน และเม่นแคระแต่ละสีนั้นก็มีราคาซื้อขายตามท้องตลาดแตกต่างกันด้วย เริ่มตั้งแต่ตัวละ 500 บาท จนถึงหลักพัน โดยสีที่ราคาสูงที่สุดคือ สีแอพริคอท ราคาตั้งแต่ 1,500-2,000 บาทขึ้นไป

           สีนอมอล-ขนหนามพาดด้วยสีดำ ผิวหนัง ตา จมูก หู มีสีดำ คล้ำ

           สีช็อกโกแลต-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลเข้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู สีน้ำตาล ตาสีดำ

           สีบราวน์-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลอ่อน ตาสีดำ ส่วนอื่นเป็นสีน้ำตาลอ่อน

           สีซินเนมอน-หนามพาดด้วยสีเทาน้ำตาล หน้าขาว ผิวหนังและหูสีชมพู ตาดำ หรือดำอมแดง จมูกสีตับอ่อน

           สีซินนิคอท-หนามพาดด้วยสีเทาอมส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ผิวหนัง หน้า จมูก หูมีสีชมพู ตาดำ

           สีแอพริคอท-หนามพาดสีส้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู มีสีชมพู ตาสีแดงเข้ม หรือสีทับทิม

           สีอัลบิโน่-หนามสีขาวล้วนทั้งเส้นไม่มีสีอื่นปน ตาสีแดงใส ส่วนอื่นมีสีชมพู

           เม่นแคระ กลุ่มสีพิเศษ อาทิ...

           เอ็กซ์-สโนว์แฟลก โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัว ประมาณ 30-70%

           เอ็กซ์-ไวท์ โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัวมากกว่า 95% (มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "ขาวตาดำ")

           เอ็กซ์-พินโต โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่เป็นกลุ่ม ๆ มีบริเวณ เป็นจุด ๆ





วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ 

           สำหรับที่อยู่ของ เม่นแคระ ควรมีอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ บ้านหรือโพรงเป็นมุมมืดไว้ให้เม่นได้นอนกลางวัน, ถ้วยสำหรับใส่อาหาร, ขวดน้ำ, ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ (แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่ง เพราะสะอาดและประหยัด), วิตามินผสมน้ำเพื่อช่วยเพิ่มเติมสารอาหารที่ขาดหายไป

           ส่วนอาหารที่ใช้เลี้ยง เม่นแคระ แนะนำให้ใช้ อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารสุนัข เพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก

           อย่างไรก็ตาม เม่นแคระ ไม่ใช่สร้างที่เลี้ยงยาก เพียงแต่นักเลี้ยงเม่นแคระ มือใหม่ ส่วนใหญ่มักเลี้ยงไม่รอด เนื่องจากซื้อลูกเม่นที่ยังไม่หย่านมมาเลี้ยง เปอร์เซ็นต์รอดชีวิตจึงต่ำมาก ซึ่งวิธีการเลือกซื้อเม่นแคระ มาเลี้ยงนั้น ให้สังเกตการเดิน โดย เม่นแคระ ที่หย่านมแล้วจะเดินได้ถนัด ไม่คลานเตาะแตะ จมูกชื้น มีสุขภาพดี  
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS