แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลี้ยงเม่นแคระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เลี้ยงเม่นแคระ แสดงบทความทั้งหมด

# อุปกรณ์และของตกแต่งสำหรับเม่นแคระ

เม่นแคระต้องการล้อวิ่งไหม?
แน่นอนครับ เม่นแคระควรมีล้อวิ่งขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12-15 นิ้ว (ที่ดีที่สุดคือ 12 นิ้ว) เพื่อให้เขาออกกำลังกาย และเล่นล้อวิ่งเพื่อความสนุกสนานร่าเริ่งของเขา นอกจากนี้ล้อวิ่งยังเป็นอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับกล่องเล ี้ยงเม่นขนาดเล็กหรือเม่นแคระที่ไม่ได้ออกจากกล่องไป วิ่งเล่นบ่อยๆครับ

ในประเทศไทยนั้นก็มีล้อวิ่งขายกันครับ แต่คนไทยไม่นิยมเนื่องจากนำเข้ามาแล้วมีราคาแพง ดังนั้นผมจึงขอเสนอให้สร้างล้อวิ่งเองเลยครับ ซึ่งการสร้างนั้นไม่ยากเท่าไหร่ครับ : 

ล้อวิ่งแบบใดที่ควรซื้อมาให้เม่นแคระ?
ล้อวิ่งนั้นมีหลายประเภทครับ แต่ที่เราจะต้องพิจารณาก่อนซื้อคือพื้นผิวของวงล้อที ่เท้าเม่นต้องสัมผัสครับ เพราะพื้นผิวที่เหมาะสมจะต้องเป็นพื้นที่แข็ง และไม่ควรมีลักษณะเป็นลวดที่ขึ้นเป็นซี่ๆหรือตาข่ายใ ดๆทั้งสิ้น อีกทั้งไม่ควรให้มีอะไรยื่นออกมาจนเกิดอันตรายกับเม่ นแคระได้ครับ

เลือกซื้อบ้านเม่นแคระประเภทใดดี?
สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลากหลายไม่ว่าจะสำหรับคนเลี้ยงหร ือผู้เพาะพันธุ์ก็ตาม จุดหลบซ่อนของเม่นอาจจะเริ่มง่ายๆจากแผ่นฟิวเจอร์บอร ์ดหรือถุงนอน หรืออาจจะพิเศษกว่านั้นคือใช้ "Pigloo"1ซึ่งมีขายตามร้านขายสัตว์เลี้ยงในอเมริกาและบางแห่งใ นไทย แต่ของไทยส่วนมากจะเป็นบ้านไม้ หรือไม่ก็นำอ่างดินเจาะรูขนาดพอเหมาะมาให้มันคร ับ อย่างไรก็ตามต้องนึกถึงขนาดบ้านของเม่นแคระด้วยครับว ่าใหญ่เพียงพอที่จะให้มันยืดแข้งยืดขา ผ่อนคลาย และรู้สึกปลอดภัย รวมไปถึงจะต้องล้างและทำความสะอาดง่ายครับ ซึ่งในกรณีนี้ต้องกล่าวตามตรงคือบ้านไม้มันทำความสะอ าดยากลำบากมาก และอาจมีเชื้อราขึ้นอีกต่างหาก


วัสดุรองพื้นแบบไหนดี?
มันมีวัสดุรองพื้นสำหรับให้เม่นนอนและขับถ่ายอยู่หลา ยชนิดด้วยกันสำหรับสัตว์ขนาดเล็กครับ และทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้อะ ไร แต่ผมก็แนะนำว่า

1. อย่าใช้ขี้เลื่อยจากไม้เซดาร์ (Cedar) เนื่องจากมันมีน้ำมันที่มีกลิ่นฉุนที่ทำให้เม่นแคระป ่วยได้โดยเห็นได้จากหลายๆกรณีที่เกิดขึ้นจริงคร ับ เช่นผิวเม่นแคระถูกสารเคมีกัด หรือระบบทางเดินหายใจล้มเหลวเพราะกลิ่นน้ำมันจากไม้เ ซดาร์ครับ ผิวที่ถูกสารเคมีนั้นค่อนข้างที่จะมีอาการร้ายแ รงมาก แต่ถ้ารีบพาไปรักษาก็มีโอกาสที่จะหายครับ แต่หากเป็นในกรณีของระบบทางเดินหายใจแล้ว ส่วนมากก็ตายสถานเดียวครับ 

2. อย่าใช้ทรายแมว!!! เพราะมันถูกออกแบบมาให้จับตัวเป็นก้อนเมื่อถูกของเหล ว ซึ่งเม่นแคระมักจะพบว่ามีทรายแมวไปติดที่อวัยวะเพศแล ะใบหน้า ซึ่งอย่างกรณีอวัยวะเพศนั้นมันก็จะติดหนึบและเอาออกม าลำบาก ในขณะที่บริเวณใบหน้านั้นก็อาจจะติดเข้าไปในปาก หรือถ้าร้ายกว่านั้นคือติดดวงตาและอาจทำให้ตาบอ ดครับ

3. อย่าใช้ซังข้าวโพด!!! (กรณีนี้ถูกแนะนำอย่างแพร่หลายในประเทศไทยแบบผิดๆครั บ) เนื่องจากมันติดเชื้อราบางๆที่เราไม่เห็นได้ง่ายๆครั บ และมันก็เป็นพิษรุนแรงกับเม่นแคระที่เรารักและห่วงใย ครับ และหลายๆครั้งก็พบว่าซังข้าวโพดไปติดที่บริเวณอวัยวะ เพศอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะเม่นตัวผู้ครับ 

ดังนั้นก็ขอให้ระวังวัสดุรองพื้นที่มีกลิ่น เป็นฝุ่น มีรสหรือกลิ่นเปรี้ยวๆ หรือติดเชื้อราได้ง่ายครับ


ของเล่นอะไรดี?
ส่วนใหญ่ที่เห็นก็เป็นแกนกระดาษทิชชู่ แต่ก็มีอย่างอื่นที่ให้เม่นแคระเล่นได้อีกครับ ซึ่งการเลือกของเล่นก็เหมือนกับการที่เราเลือกของเล่ นให้กับเด็กเล็กคือไม่มีชิ้นส่วนที่แหลมคม หลุดง่าย ที่สำคัญคือของเล่นควรจะชิ้นใหญ่พอที่จะไม่เข้าไปในป ากและถูกกลืนเข้าไปได้ครับ และผมก็อยาหให้ระวังพวกเส้นด้ายจากผ้าต่างๆให้มากเป็ นพิเศษเพราะเม่นอาจเคี้ยวและไปติดในลำไส้ได้ครั บ โดยพื้นฐานแล้วของเล่นที่แม่นแคระเอาไปเล่นได้ก็เป็น ของเล่นที่เม่นแคระดัน ดึง ลากไปที่ต่างๆ หรือปีนป่ายได้เล็กๆน้อยๆ ก็ถือได้ว่าเป็นของเล่นที่น่าสนใจทีเดียวครับ


อุปกรณ์ใส่น้ำแบบไหนดี?
ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของแต่ละคนครับ ส่วนมากที่นิยมก็คือขวดน้ำสำหรับสัตว์ขนาดเล็กที่หาไ ด้ทั่วไป ซึ่งมีข้อดีตรงที่น้ำที่อยู่ในขวดนั้นไม่เสียง่ายเหม ือนกับถ้วยน้ำที่หกเลอะเทอะง่ายและทำให้น้ำเสียได้ง่ ายๆครับ แต่อย่างไรก็ตามการใช้ถ้วยน้ำนั้นถือว่าเป็นให้น้ำแบ บที่เป็นธรรมชาติที่สุดครับ ซึ่งถ้าเราอยากจะให้แบบถ้วยน้ำแล้วก็ควรเป็นถ้วยที่ม ีน้ำหนักมากพอ ไม่หกเลอะเทอะง่าย และต้องมั่นตรวจเสมอว่ามีน้ำที่ สะอาด ใหม่ และปลอดภัย ครับ


อุปกรณใส่อาหารแบบไหนดี?
ปบบไหนก็ได้ที่มันใหญ่พอที่จะมีอาหารให้เม่นแคระกินไ ด้ตลอดวันครับ และจะต้องเป็นวัสดุที่ปลอดภัยต่ออาหารเสมอ ทั้งนี้ต้องระวังพวกชามเคลือบต่างๆที่ขายมาไว้เป็นที ่ใส่อาหารสัตว์ เพราะพวกนี้ส่วนมากมักจะไม่ได้มาตราฐานจึงเอามาให้สั ตว์ใช้ และก็พบอยู่บ่อยครั้งว่าเป็นพิษต่อสัตว์ครับ


ใช้ลูกบอลแบบที่หนูวิ่งเอามาใช้กับเม่นแคระได้ไ หม?
บอลบริหารนั้นสามารถใช้ได้กับเม่นแคระเช่นเดียวกับที่ เราเอาไปใช้กับหนูแฮมสเตอร์ครับ แต่ทั้งนี้ต้องเป็นลูปบอลที่มีขนาดใหญ่เท่ากับบาสเกด บอลถึงจะเหมาะ และเวลาใช้ก็ต้องคอยดูมันอยู่ตลอดเวลาเพราะฝาเปิดลูก บอลอาจจะเปิดออกมาเวลาที่เม่นวิ่งเร็วๆ ซึ่งอาจทำให้เม่นหลุดออกมาและวิ่งไปในที่ๆอันตรายได้ ครับ ทั้งนี้ลูกบอลบริหารนั้นก็ไม่แนะในให้เอามาใช้แทนล้อ วิ่งได้ 100% และมันควรถูกใช้ในระยะสั้นเท่านั้นสำหรับให้เม่นสำรว จบ้านของเราแบบปลอดภัยครับ 






ข้อมูลจาก hedgehogworld.com
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# ลักษณะนิสัยเม่นแคระ

เม่นแคระเป็นสัตว์สันโดษ หากินตัวเดียวในตอนกลางคืน กลางวันนอน มีนิสัยชอบอยู่ตัวเดียว หวงอาณาเขตบริเวณหากินของตัวเอง ดังนั้นไม่แนะนำให้เลี้ยงเม่นแคระมากกว่า 1 ตัวในพื้นที่เลี้ยงเดียวกัน เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เม่นแคระต่อสู้ กัดกัน เพื่อแย่งชิงอาณาเขตบริเวณในการหาอาหาร แนะนำให้เลี้ยงแยกกันโดยเด็ดขาด อาจจับรวมกันได้บ้าง กรณีต้องการจับคู่ผสมพันธุ์เมื่อเม่นแคระอยู่ในวัยที่เหมาะสม คือช่วงอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป

เม่นแคระเป็นสัตว์ขี้ระแวง ชอบหลบซ่อนตัวในตอนกลางวัน ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่คุ้นเคย เม่นแคระมักจะซุกตัวหาที่ซ่อน หรือขดตัวม้วนกลม เก็บขา หน้าตา และทำหนามตั้งชันขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากอันตราย แต่หากเม่นแคระได้กลิ่นแปลกๆจากวัตถุ สิ่งของต่างๆ เม่นแคระมักจะกัดและเคี้ยววัตถุสิ่งของดังกล่าวจนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายดังกล่าวมาแปะติดไว้ตามตัว เพื่อจดจำกลิ่นดังกล่าว หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปรกติของเม่นแคระทุกๆตัว ดังนั้นควรระมัดระวัง และหาทางป้องกันไม่ให้เม่นได้รับอันตรายจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการไปกัด เคี้ยววัตถุที่มีพิษ จนอาจทำให้ได้รับสารพิษดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายและเสียชีวิตได้ อีกอย่างผู้เลี้ยงเม่นแคระใหม่ๆ ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้ จะได้ไม่ตกใจจนเกินเหตุ เมื่อเห็นเม่นแคระแสดงพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นนี้ เช่น ตอนเปลี่ยนอาหารแมวรสใหม่ให้เม่นแคระ หรือการที่เปลี่ยนถ้วยอาหาร หรืออุปกรณ์ใหม่ๆเข้าไปในพื้นที่การเลี้ยงดู



บทความจาก  thailovepet.com
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# โรคที่พบในเม่น

การสังเกตอาการผิดปรกติ 
ระบบทางเดินอาหาร เริ่มที่ช่องปาก เม่นแคระที่สุขภาพดีควรมีฟันขาวสะอาดและเรียงตัวกันเป็นระเบียบสวยงามคล้ายกับฟันของสุนัขและแมว คนที่ขายบางคนเกรงว่าเม่นแคระที่ขายจะกัดผู้ที่ซื้อไป จึงตัดฟันเขี้ยวทั้งสี่ซี่ (บนสองล่างสอง) ออกเสีย โดยเชื่อว่าฟันจะได้ทื่อ กัดแล้วไม่เจ็บ เป็นความเชื่อที่ผิด กลับเป็นการทำให้เกิดฟันอักเสบและฝีรากฟัน เม่นแคระจะไม่กินอาหาร ปากเหม็นและหน้าบวม สัตวแพทย์ต้องมาถอนฟันและรักษากันนานในภายหลัง ส่วนเม่นแคระเพศเมียที่อายุมากเกินห้าปี บางตัวมีเนื้องอกของเหงือกได้ ซึ่งเจ้าของควรสังเกตเห็นแต่เนิ่น ๆ เพราะจะผ่าตัดออกได้ง่าย

ในระบบทางเดินอาหารนั้นอาการผิดปรกติซึ่งพบบ่อยที่สุดคือท้องเสียและอาเจียนจากอาหารเป็นพิษ เพราะอาหารไม่สะอาด หรือกินอาหารและขนมผิดประเภท เม่นแคระไม่ใช่สัตว์ที่ยอมปรับตัวง่ายๆ ระมัดระวังให้มากสักหน่อย ว่าอุจจาระของเม่นแคระก็มีเชื้อโรคมากไม่แพ้กัน อาจทำให้เจ้าของท้องเสียได้โดยง่าย ถ้ามาเล่นกับเม่นแคระและล้างมือไม่สะอาด เผลอไปหยิบอาหารกินเข้าไป อาจเป็นสาเหตุที่ต้องพาท่านเจ้าของไปโรงพยาบาลคนได้ 
สิ่งสำคัญคือ "โรคเริม" ในคนสามารถติดต่อไปยังเม่นแคระได้ โดยการกินอาหารต่อจากเจ้าของที่กำลังเป็นโรคเริมที่ริมฝีปาก ซึ่งอาจทำให้เม่นแคระเสียชีวิตได้

ระบบทางเดินหายใจ อาการ หายใจหอบ ไอ จาม ไม่กินอาหาร ไม่ยอมเคลื่อนไหวเหล่านี้มักเป็นอาหารที่พบบ่อยๆ มาจากโรคปอดและหลอดลมอักเสบในเม่นแคระ สาเหตุสำคัญมักมาจากการเลี้ยงที่หนาแน่นเกินไป การไม่ได้ออกมาปล่อยเล่นเสียบ้าง ติดโรคจากเจ้าของ อยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาหรือการได้สูดดมสารระเหยที่มีพิษและฤทธิ์ระคายเคือง เมื่อเจ้าของพบอาการดังกล่าวควรนำมาพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

ระบบทางเดินปัสสาวะ มาถึงส่วนบั้นท้ายลำตัวเม่นแคระที่กินแต่อาหารแมวอย่างเดียวมาเป็นระยะเวลานาน มีสิทธิที่จะเป็นโรคอ้วนและโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และแถมเป็นนิ่วได้ นับเป็นเรื่องที่เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น มากกว่ามารักษากันภายหลัง เพราะรักษาได้ยากและใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน

ระบบประสาท เป็นความผิดปกติที่มักพบกันเม่นแคระเพศเมีย อายุมากกว่าสามปีขึ้นไป แสดงอาการขาหลังอ่อนแรง ตอนแรกๆ เริ่มข้างเดียวก่อน จากนั้นก็จะลามมาเป็นทั้งสองข้าง ควบคุมอุจจาระและปัสสาวะไม่ได้ ปล่อยเลอะเทอะเรี่ยราด ซึ่งเป็นระยะที่เกินความเหมาะสมในการรักษาไปแล้ว สัตว์มักเสียชีวิตหลังแสดงอาการระยะสุดท้ายไม่นาน แต่ถ้ารักษาแต่เนินๆ โอกาสหายก็มี
ระบบผิวหนังและหนาม ผิวหนังอักเสบและขี้เรื้อนก็มีให้พบเห็นบ้างแต่ไม่บ่อยนัก เพราะในประเทศไทยเราต้องซื้อเม่นแคระจากต่างประเทศเท่านั้น และเม่นแคระทุกตัวที่นำเข้ามา ต้องผ่านการตรวจโรคจากต่างประเทศมาแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง จึงเท่ากับว่าเป็นการกลั่นกรองคุณภาพไปในตัว มีหลงหูหลงตาไปบ้างก็เล็กน้อย ถ้าเป็นโรคในระบบนี้ เม่นแคระจะคัน เกาบ่อย ๆ หนามร่วงและมีสะเก็ดรังแคมากกว่าปกติมาก ต้องพาไปหาคุณหมอสัตวแพทย์วินิจฉัย ก็จะรักษาได้โดยง่าย








ข้อมูลจาก  pantown.com
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# อาบน้ำเม่นแคระกันเถอะ

อาบน้ำเม่น

โดยธรรมชาติแล้ว เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยที่จะชอบน้ำ ดังนั้น การอาบน้ำให้กับเม่น นั้นก็ค่อนข้างจะลำบากหน่อย ซึ่งโดยปกติ แล้ว เม่นเมื่อกินอาหารเข้าไป ก็จะ ถุยน้ำลายไว้ที่ขนตรงหลัง หรือไม่ก็ ข้างลำตัว ของเขา



ดังนั้นเราควรที่จะอาบน้ำให้บางเพื่อล้างสิ่งสกปรกสะสมนอกจากนี้ ยังช่วยในการกำจัด พวกปรสิต (ไร )ที่มาอาศัยอยู่กับเจ้าเม่น ของเราอีกด้วย การอาบน้ำให้กับเม่น ควรจะทำเพียง ดือนละครั้ง หรือไม่ก็ ประมาณ 2 เดือนครั้ง

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมในการอาบน้ำเม่นแคระ

  • น้ำยาอาบน้ำเม่นแคระ อาจใช้ แชมพูสำหรับเด็กเล็ก , น้ำยาอาบน้ำสุนัข หรือ แมว ให้เลือกสูตรที่อ่อนโยน , น้ำยา 3p
  • ผ้าขนหนู สำหรับเช็ดตัวเม่นแคระหลังจากอาบน้ำเสร็จ
  • กะละมังเล็กๆ 2 ใบ เอาไว้ใส่ส่วนผสมน้ำยาอาบน้ำ และเป็นพื้นที่ในการอาบน้ำเม่นแคระ
  • แปรงสีฟัน ใช้สำหรับขัดสิ่งสกปรกที่ติดตามขนเม่นแคระ โดยการแปรงจากหัวเม่นแคระไปท้ายเม่นแคระ
  • ไดร์เป่าผม อันนี้มีก็จะดีมาก เพราะช่วยทำให้เม่นแห้ง ไม่อับชื่นหลังอาบน้ำ



ขั้นตอนในการอาบน้ำเม่นแคระ

1. เปิดน้ำในกะละมังให้ระดับน้ำ อยู่ประมาณท้องของเม่น จากนั้นก็เอาแชมพู ลงไปผสมให้เกิดฟอง ในกะละมังอีกใบ
2. ค่อยๆนำเม่นลงไปในกะละมังเอาน้ำตักใส่หลังและตามตัวให้เปียก เพื่อนๆ ควรระวังไม่ให้น้ำ เข้าหู ตา และ จมูก ในกรณีที่มีก๊อกน้ำเปิดน้ำแล้วค่อยๆนำเม่นผ่านน้ำเหมืนเวลาเราอาบฝักบัวก็ ได้
3. นำเม่นลงไปในกะละมังในที่ผสมชมพูไว้ ค่อยแปรงตามแนวขน เน้นจุดที่สกปรกมาก ใช้มือถูตามตัวบริเวณขนอ่อน เช่น เท้า ขา ท้องแล้วก้น
4. ล้างตัวเม่นด้วยน้ำสะอาด ลักษณะเดียวกับขั้นตอนที่ 2 ควรระวัง การล้างชมพูออกไม่หมด เพราะจะทำให้เม่นแพ้ และคันในภายหลัง
5. เอาขึ้นมาเช็ดตัวเค้าด้วยผ้าขนหนูสะอาดๆ พร้อมเป่าด้วยไดร์(เปิดแค่มีลมพอนะ ไม่ต้องเอาร้อน เดียว เม่น จะสุกก่อนสะอาด)

ข้อควรระวังคือ

1. พยายามอย่าให้เม่นสำลักน้ำ ดูปริมาณระดับน้ำในอ่างหรือกะละมังที่ใช้อาบน้ำน้องเม่นให้ได้ระดับประมาณ บริเวณท้องเม่นน่าจะพอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำนั้นเข้าจมูก เข้าปาก หรือ เข้าตา และก็ หู ในขณะอาบน้ำครับ พยายามเงยหน้าเม่นเพื่อป้องกันน้ำ แล้วในขณะลาดน้ำ หรือ ปล่อยน้ำลงบนตัวเนื้อล้างพวกสารแชมพู ก็ระวังด้วยครับ ซึ่งบริเวณ ที่เลี่ยงได้ก็ควร หลีกเลี่ยง ครับ เช่นบริเวณ หัว และ หน้า
2. การเตรียมน้ำและอากาศเพื่ออาบน้ำให้เม่นแคระ น้ำไม่ควรร้อนหรือเย็นจนเกินไป อาจจะทำให้เม่นนั้นเป็นหวัด หรือ ไม่สบายได้ ควรเลือกเวลาไม่ให้ อากาศเย็นจนเกินไปด้วย
3. การเตรียมแชมพูอาบน้ำนำผสมกับน้ำแล้วคนจนเข้ากันไม่ควรใส่เยอะจนเกินไปจนทำ ให้เกิดฟองมากเพราะจะทำให้ เวลาล้างออกจะยาก และ อาจทำให้เข้าปากและจมูกเม่นได้เวลานำเม่นลงอาบน้ำ ควรรอให้ฟองหมดก่อนจึงนำน้องเม่นลงอาบ
4. ไม่ควรใช้ แชมพูของคนครับ เพราะว่า ผิวหนังของเม่นนั้นบางกว่าคนครับ อาจจะทำให้เกิดอันตรายตามมาได้ครับ
5. การนำน้องเม่นใส่ในภาชนะบางครั้งเม่นอาจจะขดกลมอยู่ แต่พอเราหยิบใส่ทั้งขดอยู่จะทำหั้ยเม่นสำลักน้ำได้และอาจจะเข้าหูเข้าตาได้ ควรรอให้เม่นพร้อมก่อนนำใส่ในภาชนะอาบ
6. การแปรงขนน้องเม่นควรแปรงตามแนวขนครับ ไม่ควรแปลงทวนขน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจจะทำให้ผิวหนังของเม่นนั้นอัพเสบ ได้คับ
7. ควรล้างน้ำมให้สะอาด อย่าให้มีสารตกค้างครับ เพราะอาจจะมีปัญหากับผิวหนังได้ครับ
8. ไม่ควรอาบน้ำบ่อยๆจนเกินไปครับ ควรอาบเพียง 2 เดือนต่อ ครั้งครับ

การอาบน้ำและหยดไร

  • ยาหยดฆ่าไร ไม่ว่ายี้ห้ออะไร ใช้หยดบริเวณหลังคอเม่น จะได้ผลก้อต่อเมื่อไรเริ่มดูเลือดเม่น
  • ยาอาบน้ำประเภท 3p ใช้อาบน้ำเม่นปกติ เพื่อฆ่าเชื้อโรค ไล่ไร ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • ยาขับไล่ไร ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี เช่น f1 หรือ ขมิ้น สะเดา ฯ ได้ผลแค่ไล่ ไมได้ฆ่าไรให้ตาย
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# วิธีเลี้ยงเม่นแคระ วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ เทคนิควิธีเลี้ยงเม่นแคระ


วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ  เนื่องจากเป็นสัตว์หวงถิ่น จึงควรแยกเลี้ยงเม่นแคระในกล่องพลาสติคทึบแสงที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาด ทั่วไปๆ ขนาดพอประมาณ นำมาดัดแปลงโดยเจาะรูด้านข้างด้วยสว่านเจาะ หรือการเจาะเป็นช่องแล้วนำตาข่ายมาติดด้วยน็อต หรือไม่ก็ใช้กาวแท่งร่วมกับปืนกาว ช่วยในการยึดติดตาข่าย 1 ตัว ต่อ 1 กล่อง
โดยในกล่องเลี้ยงเม่นแคระ ควรมีอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ บ้านหรือโพรงเป็นมุมมืดไว้ให้เม่นได้นอนกลางวัน ถ้วยสำหรับใส่อาหาร ขวดน้ำ ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ (แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่ง เพราะสะอาดและประหยัด) วิตามินผสมน้ำเพื่อช่วยเพิ่มเติมสารอาหารที่ขาดหายไป และอีกสิ่งที่ลืมไม่ได้ก็คือ อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารสุนัข เพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก
ด้านการผสมพันธุ์  เม่นแคระสามารถเจริญพันธุ์ได้เมื่อช่วงอายุประมาณ 4 เดือน แต่ความพร้อมที่แท้จริงในการเป็นเม่นใหญ่ ควรมีอายุประมาณ 5 เดือน ขึ้นไป ใช้เวลาตั้งท้อง 35 วัน ออกลูกครั้งละ 1-8 ตัว หย่านมเมื่อลูกเม่นมีอายุไม่ต่ำกว่า 40 วัน ส่วนเรื่องการอาบน้ำซึ่งจะช่วยเรื่องกำจัดไรไปในตัว ควรอาบสัก 2 สัปดาห์ครั้ง ในช่วงเวลาเที่ยงวัน โดยใช้แชมพูสำหรับเด็กเล็กหรือน้ำยาอาบน้ำสุนัขหรือแมว สูตรอ่อนโยน ผสมแบบเจือจางอาบให้เม่นแคระ แปรงด้วยแปรงสีฟันเบาๆ ล้างน้ำให้สะอาด แต่ระวังงอย่าให้น้ำเข้าหู ตา จมูก เม่นแคระ เช็ดหรือไดร์ขนให้แห้ง
“ปัญหาที่ผู้เลี้ยงมือใหม่พบมากก็คือ ซื้อลูกเม่นที่ยังไม่หย่านมมาเลี้ยง เปอร์เซ็นต์รอดจึงต่ำมากเพราะลูกเม่นยังไม่สามารถกินอาหารเองได้ ถ้าผู้ซื้อไม่สามารถสังเกตเรื่องขนาด หากจะเลือกซื้อต้องสังเกตการเดิน เม่นเด็กหย่านมจะเดินเองได้ถนัดแล้ว ไม่คลานเตาะแตะ จมูกชื้น มีสุขภาพดี แต่หากได้ลูกเม่นที่ดีมาเลี้ยงแล้ว สัตว์ชนิดนี้จะเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่สร้างความยุ่งยากให้เราเลย เลี้ยงง่าย เพาะง่าย แข็งแรง เป็นเพื่อนยามราตรีได้อย่างดี”
ถึงวันนี้ คงเพลิดเพลินกับการเลี้ยงเม่นแคระที่มี หาความสุขจากการมองดูพฤติกรรม และชื่นชอบกับการสะสมสีของเม่นแคระที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ทั้งเลี้ยงเองและเป็นที่ปรึกษาให้กับน้องๆ พี่ๆ เพื่อนๆ คนรักเม่นแคระด้วยกันที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บอกว่าคนรักเม่นแคระที่อยู่แดนไกลถึงเบตงก็มี
แต่แม้ว่าเม่นแคระจะแพร่หลายเป็นที่รู้จักมานานหลายปี และเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ไม่ยากตามตลาดนัดสัตว์เลี้ยงต่างๆ บอกว่า สิ่งที่สำคัญของการเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใด นั่นคือ “การทำความเข้าใจในตัวตนที่แท้จริง”
ทำความเข้าใจกับเม่นแคระ…หากคิดจะเลี้ยงเม่นแคระ ควรทำความเข้าใจก่อนว่า…
เม่นแคระ เป็นสัตว์นอนกลางวัน ตื่นหากินตอนกลางคืน หากคุณเลี้ยงเม่นแคระในบริเวณที่ใกล้กับบริเวณที่นอนหลับพักผ่อน คุณจะได้ยินเสียงเม่นแคระกระทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งคืน เช่น เดินไปมาในกล่อง ยกถ้วยอาหารเล่น กัดกินอาหาร กินน้ำจากขวด
เม่นแคระ เป็นสัตว์สันโดษ ชอบอยู่ตัวเดียว ถ้าเลี้ยงมากกว่า 1 ตัว พื้นที่ในการเลี้ยงดูก็ต้องแยกจากกันอย่างชัดเจน เป็นจำนวนเท่ากับจำนวนตัวเม่น ไม่แนะนำให้เลี้ยงรวมกัน เนื่องจากเม่นแคระหวงถิ่นฐานหาอาหารของตัวเอง อาจจะเกิดการกัดกัน จนทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ และนั่นก็หมายความว่าค่าใช้จ่ายในการหาภาชนะเลี้ยงดูก็ต้องเพิ่มขึ้น เพราะไม่สามารถเลี้ยงรวมกันได้
เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่มีการตอบสนองน้อยกับคุณ ไม่คลอเคลีย เรื่องความฉลาดคิดว่าคงจะสู้ กระต่าย แก๊สบี้ ไม่ได้ ส่วนจะเชื่องหรือไม่เชื่องแล้วแต่การเลี้ยงดู
เม่นแคระ มีหนามที่ปกคลุมอยู่ด้านบนทั่วทั้งตัว หนามของเม่นแคระไม่มีทางอ่อนนุ่มเหมือนขนสัตว์หลายๆ อย่างแน่นอน ดังนั้น คุณอาจโดนหนามตำมือขณะที่จับตัวเขา หากจับไม่ถูกวิธี หรือทำให้เขาตกใจ หรือเม่นไม่มีความคุ้นเคยกับตัวคุณ
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# ‘ เม่นแคระ ’ สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ ที่เลี้ยงง่าย มีสีให้เลือกมากมาย

“ เม่นแคระ”  จัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีขนาดเล็ก มีขนแข็ง และ แหลมคล้ายกับแปรงพลาสติก เมื่อรู้สึกว่าตนเองมีอันตรายจะม้วนตัวกลมเหมือนกับลูกฟุตบอล เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ที่คนไทย เริ่มนิยมเลี้ยงเป็นสัตว์สวยงามทั้ง ๆ ที่มีการนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเราเพียงปีเศษเท่านั้น “เม่นแคระ” เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะเด่นตรงสีสันที่มีความหลากหลายสวยงาม ปัจจุบันพบว่าทั่วโลกมีสีที่ลำตัว เกือบ 100 สี และสีที่นิยมเลี้ยงในบ้านเราได้แก่ สีนอร์มอล, ช็อกโกแลต, ขาวเผือก, ซินเนมอลและสีน้ำตาลส้มแอพริคอต ซึ่งเป็นสีที่หายากและมีราคาแพงที่สุด



                        เลี้ยงเม่นแคระประมาณ 30 ตัว โดยเน้นสีที่นิยมเลี้ยงในบ้านเราแต่ยังไม่มีสีน้ำตาลส้มแอพริคอต ได้มีการนำเม่นแคระเหล่านี้มาผสมพันธุ์ให้ได้ลูกเม่นที่สีสันแตกต่างออกไป เช่น มีสีด่างเป็นวงลายสองสีภายในตัวเดียวกัน การเลี้ยงเม่นแคระของเราอาจจะแตกต่างจากคนอื่นตรงที่ เม่นแคระทุกตัวจะมีใบเพ็ดดีกรีที่เราทำขึ้นมาเอง เพื่อความสะดวกในการพัฒนาสายพันธุ์ จากที่หลายคนคิดว่าเม่นแคระมีความน่ากลัวตรงที่สลัดขนและเป็นอันตรายต่อผู้เลี้ยงนั้น เราได้อธิบายว่าผู้ที่จะเลี้ยงเม่นแคระจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมความเชื่อที่ว่า เม่นแคระจะไม่สลัดขนใส่ใคร จะร่วงหลุดเองตามธรรมชาติ ความจริงแล้วขนของเม่นแคระไม่แข็งอย่างที่คิด แต่จะไม่นุ่มเหมือนขนสุนัขหรือขนกระต่ายที่มีสองชั้น เวลาลูบจะต้องลูบจากหัวไปหางอย่าลูบย้อนศร ปัจจุบันยังมีผู้เลี้ยงเม่นแคระหลายรายที่มักจะใช้ถุงมือจับเม่นแคระโชว์จะทำให้ผู้ที่คิดจะเลี้ยงขาดความเชื่อมั่น ความจริงเม่นแคระสามารถจับเล่นได้ด้วยมือเปล่าด้วยวิธีการที่ถูกต้องโดยการช้อนมืออุ้มที่ใต้ท้องของเม่นแคระ เป็นที่สังเกตว่าผู้ที่เลี้ยงเม่นแคระจะไม่ได้ยินเสียงร้องจึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเลี้ยงสัตว์สวยงามไม่ชอบเสียงรบกวน ( อาจจะได้ยินเสียงร้องบ้างในช่วงผสมพันธุ์ )



                         วิธีการเลี้ยงดูเม่นแคระไม่ยุ่งยาก ในกรงเลี้ยงมีความกว้างเพียงพอให้เม่นแคระได้เดินไปมาได้สะดวก พื้นกรงรองด้วยขี้เลื่อยเหมือนกับการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์ กรงเลี้ยงสามารถประยุกต์กล่องพลาสติกที่มีฝาปิด นำมาดัดแปลงโดยการเจาะข้างและใส่ตะแกรงลวดตาถี่ ดูว่าให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก น้ำสะอาดเป็นสิ่งสำคัญในการเลี้ยงเม่นแคระแต่ที่ขาดไม่ได้เช่นกันคือ หนอนนกและอาหารแมวและควรจะเสริมด้วยผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ วิธีการสังเกตเพศคล้าย กับการดูเพศหนูหรือกระต่าย แต่จะยุ่งยากบ้างเพราะเม่นแคระจะชอบม้วนตัวและเป็นสัตว์ที่มีความระวังภัยสูงและจมูกดี การอุ้มจะต้องช้อนท้องขึ้นมาหรืออาจจะใช้เทคนิคการดูเพศด้วยการนำเม่นแคระมาใส่ในชามหรือโหลแก้วใส ๆ แล้วยกดูใต้ท้อง ในเชิงพาณิชย์แล้ว  “ เม่นแคระ ” เป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้จริง ให้ลูกครอกละ 1 - 8  ตัว 
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# เม่นแคระ สัตว์เลี้ยงร่วมสมัย

ปัจจุบันมีสัตว์มากมายหลายชนิดเข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับคนรักสัตว์รุ่นใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ดังนั้น สัตว์เลี้ยงของพวกจึงต้องมีวิธีการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก และไม่ต้องการพื้นที่มากนัก แตกต่างไปจากสัตว์เลี้ยงพื้นฐาน เช่น สุนัข หรือแมว และหนึ่งในสัตว์เลี้ยงหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาแบ่งปันความรักจากคนเลี้ยงสัตว์ไปไม่น้อยก็ได้แก่ เม่นแคระ หรือ African pygmy hedgehog 

           เม่นแคระ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่มีหนามแหลมทั่วลำตัว แต่สามารถจับสัมผัสได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกสลัดขนใส่หากจับอย่างถูกวิธี และมันไม่ต้องการการดูแลมากนัก อีกทั้งยังมีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการขดตัวม้วนกลมอันเป็นเอกลักษณ์น่ารักโดดเด่น ซึ่งเป็นการป้องกันตัวเองจากศัตรูนั่นเอง


อุปนิสัยของ เม่นแคระ

            เม่นแคระ เป็นสัตว์สันโดษ ชอบอยู่ตัวเดียว และหวงถิ่น ดังนั้น ไม่แนะนำให้เลี้ยงรวมกัน ไม่เช่นนั้น เม่นแคระ อาจกัดกัดจนเสียชีวิตได้ หากเลี้ยงมากกว่า 1 ตัว ต้องแยกพื้นที่ในการเลี้ยงดูออกจากกันอย่างชัดเจน

           เม่นแคระ จะตื่นในเวลากลางคืน และนอนตอนกลางวัน กิจกรรมทุกอย่างจึงถูกกระทำตลอดคืน เช่น เดินไปมาในกล่อง ยกถ้วยอาหารเล่น กัดกินอาหาร กินน้ำจากขวด ฯลฯ

           เม่นแคระ ไม่ใช่สัตว์ที่มีนิสียชอบมาคลอเคลียกับผู้เลี้ยง และมันก็ไม่ฉลาดเหมือนสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอื่น ๆ เช่น กระต่าย หรือแก๊สบี้

           เม่นแคระ ที่มีขนแหลม ๆ ทั่วตัวนั้น อาจทำให้มือของคุณบาดเจ็บได้ หากจับไม่ถูกวิธี หรือทำให้เขาตกใจ หรือเม่นไม่มีความคุ้นเคยกับคุณ

           เม่นแคระ มักจะกัดและเคี้ยววัตถุหรือสิ่งของแปลก ๆ ที่มันไม่กลิ่น จนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายมาแปะติดไว้ตามตัว เพื่อจดจำกลิ่น หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปกติ ดังนั้น ผู้เลี้ยงจึงควรระมัดระวังอย่าให้ เม่นแคระ ไปกัด หรือเคี้ยววัตถุมีพิษ



สีของเม่นแคระ

           เม่นแคระแต่ละสีที่นิยมเลี้ยงในปัจจุบันมีหลากหลายสี โดยแต่ละสีจะเห็นเด่นชัดในช่วงวัยที่ต่างกันและไม่แน่นอน และเม่นแคระแต่ละสีนั้นก็มีราคาซื้อขายตามท้องตลาดแตกต่างกันด้วย เริ่มตั้งแต่ตัวละ 500 บาท จนถึงหลักพัน โดยสีที่ราคาสูงที่สุดคือ สีแอพริคอท ราคาตั้งแต่ 1,500-2,000 บาทขึ้นไป

           สีนอมอล-ขนหนามพาดด้วยสีดำ ผิวหนัง ตา จมูก หู มีสีดำ คล้ำ

           สีช็อกโกแลต-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลเข้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู สีน้ำตาล ตาสีดำ

           สีบราวน์-หนามพาดด้วยสีน้ำตาลอ่อน ตาสีดำ ส่วนอื่นเป็นสีน้ำตาลอ่อน

           สีซินเนมอน-หนามพาดด้วยสีเทาน้ำตาล หน้าขาว ผิวหนังและหูสีชมพู ตาดำ หรือดำอมแดง จมูกสีตับอ่อน

           สีซินนิคอท-หนามพาดด้วยสีเทาอมส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ผิวหนัง หน้า จมูก หูมีสีชมพู ตาดำ

           สีแอพริคอท-หนามพาดสีส้ม หน้า ผิวหนัง จมูก หู มีสีชมพู ตาสีแดงเข้ม หรือสีทับทิม

           สีอัลบิโน่-หนามสีขาวล้วนทั้งเส้นไม่มีสีอื่นปน ตาสีแดงใส ส่วนอื่นมีสีชมพู

           เม่นแคระ กลุ่มสีพิเศษ อาทิ...

           เอ็กซ์-สโนว์แฟลก โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัว ประมาณ 30-70%

           เอ็กซ์-ไวท์ โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่ทั่วทั้งตัวมากกว่า 95% (มักเรียกกันง่ายๆ ว่า "ขาวตาดำ")

           เอ็กซ์-พินโต โดยรวมจะดูเหมือนกลุ่มสีพื้นข้างต้น แต่จะมีหนามสีขาวทั้งเส้น ขึ้นแซมอยู่เป็นกลุ่ม ๆ มีบริเวณ เป็นจุด ๆ





วิธีการเลี้ยงเม่นแคระ 

           สำหรับที่อยู่ของ เม่นแคระ ควรมีอุปกรณ์พื้นฐาน ได้แก่ บ้านหรือโพรงเป็นมุมมืดไว้ให้เม่นได้นอนกลางวัน, ถ้วยสำหรับใส่อาหาร, ขวดน้ำ, ขี้เลื่อยสำหรับรองพื้นกล่อง เพื่อช่วยดูดซับของเสียจากการขับถ่ายของเม่นแคระ (แนะนำให้ใช้เป็นแบบก้อนอัดแท่ง เพราะสะอาดและประหยัด), วิตามินผสมน้ำเพื่อช่วยเพิ่มเติมสารอาหารที่ขาดหายไป

           ส่วนอาหารที่ใช้เลี้ยง เม่นแคระ แนะนำให้ใช้ อาหารแมว ไม่แนะนำให้ใช้อาหารสุนัข เพราะว่าเม็ดใหญ่กว่า และมีความแข็งมากกว่าอาหารแมว ทำให้เม่นแคระกัดกินลำบาก

           อย่างไรก็ตาม เม่นแคระ ไม่ใช่สร้างที่เลี้ยงยาก เพียงแต่นักเลี้ยงเม่นแคระ มือใหม่ ส่วนใหญ่มักเลี้ยงไม่รอด เนื่องจากซื้อลูกเม่นที่ยังไม่หย่านมมาเลี้ยง เปอร์เซ็นต์รอดชีวิตจึงต่ำมาก ซึ่งวิธีการเลือกซื้อเม่นแคระ มาเลี้ยงนั้น ให้สังเกตการเดิน โดย เม่นแคระ ที่หย่านมแล้วจะเดินได้ถนัด ไม่คลานเตาะแตะ จมูกชื้น มีสุขภาพดี  
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# จากโรงพยาบาลเม่นแคระ

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา โรงพยาบาลสัตว์บางนา โดยผู้เขียนได้มีโอกาสรักษาเม่นแคระอยู่หลายเคสทีเดียว เลยฉุกคิดได้ว่าแม้ในช่วงเวลานี้กลุ่มผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์ประเภทพิเศษอย่างเจ้าเม่นแคระก็ยังมีจำนวนอยู่พอสมควรทีเดียว
ทั้งที่ตอนนี้ความนิยมในการเลี้ยงสัตว์ประเภทพิเศษเหล่านี้จะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆไปบ้างแล้ว จริงๆถ้าไปเดินเที่ยวสวนจตุจักรเป็นประจำก็จะทราบได้ว่า ณ ตอนนี้คนเค้าจะฮิตเลี้ยงตัวอะไรกันบ้าง เป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งของคนรักสัตว์รึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆเราคงต้องเลี้ยงเค้าอย่างถูกวิธีดังที่ควรจะเป็นตามชนิดของเค้านั่นแหละค่ะ ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของคนรักสัตว์จริงๆ
วันนี้เลยได้โอกาสหยิบเอาเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยอย่างเม่นแคระมาเป็นพระเอกของบทความในวันนี้


เม่นแคระ หรือ Hedgehog ถ้าแปลตามชื่อคือ ที่กั้นซึ่งมีลักษณะแหลมและมีจมูกเหมือนหมู นั่นคือรูปร่างลักษณะที่เด่นชัดของเจ้าเม่นแคระตัวน้อยนี่เอง
ขึ้นชื่อว่าเม่นก็ต้องมีหนามแหลมๆเป็นจุดเด่น แต่ว่าหนามแหลมของเค้าไม่ได้มีพิษภัยที่จะทำร้ายเราได้ นอกจากมีไว้ป้องกันตัว หนามของเม่นทำมาจาก keratin ซึ่งก็เป็นองค์ประกอบเดียวกับเล็บและผมของเรานี่เอง หนามจะมีลักษณะกลวงและปลายแหลมเล็กคล้ายเข็ม และจะมีการผลัดหนามออกไปคล้ายกับการผลัดขนของสุนัขไปตามช่วงอายุ บางครั้งจะพบว่าหนามจะร่วงหลุดแหว่งหรือบางลงไปถ้าเม่นแคระป่วย
เม่นแคระจัดเป็นสัตว์ที่หากินเวลากลางคืน เพราะเหตุนี้คนที่เลี้ยงเม่นแคระ จะพบว่ากลางวันเม่นจะนอนเกือบตลอดทั้งวัน พอตกดึกก็เดินกุกกักแทบทั้งคืนเลย           โดยปกติตามธรรมชาติเม่นแคระจะเป็นผู้ถูกล่า ดังนั้นเวลาเค้าตกใจกลัวก็จะหดตัวเป็นลูกกลมๆคล้ายลูกบอลและหนามแหลมที่ตัวจะตั้งแข็งกว่าปกติ จากนั้นก็จะกลิ้งตัวหนีไป แต่บางครั้งอาจกลิ้งเข้าไปชนศัตรูซึ่งพบได้น้อยมาก เม่นแคระใช้เสียงกรนในคอสื่อสารกันรวมทั้งเวลากลัวหรือตกใจก็จะส่งเสียงกรนคล้ายเสียงขู่ในลำคอด้วยเช่นกัน
อาหารตามธรรมชาติส่วนใหญ่ของเม่นแคระเป็นพวกพืชและสัตว์เล็กๆ เช่น แมลงเล็กและไส้เดือน รวมถึงซากพืชและซากสัตว์ต่างๆ  เมื่อเรานำเอาเม่นแคระมาเลี้ยงก็ควรจะให้อาหารตามแบบข้างต้นและผลไม้เสริมบ้าง และให้อาหารเม็ดสำหรับเม่นแคระเป็นหลักในปริมาณเหมาะสม ส่วนอาหารเม็ดสำหรับ ferret  หรืออาหารเม็ดแมวสูตรควบคุมนำหนักและสูตรแมวแก่ ก็สามารถใช้เลี้ยงเม่นแคระได้ ส่วนอาหารเม็ดสุนัขไม่ค่อยแนะนำ เพราะระดับโปรตีนต่ำเกินไปและไขมันสูงเกินไป จะทำให้เกิดโรคอ้วนและมะเร็งได้ถ้าให้ในระยะยาว



เม่นแคระมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 2-4  ปีตามธรรมชาติ แต่ถ้าเราเลี้ยงอย่างถูกหลักได้มีการศึกษาพบว่า เม่นแคระที่ถูกเลี้ยงโดยมนุษย์จะมีอายุขัยเฉลี่ยยาวกว่าตามธรรมชาติ จะมีอายุเฉลี่ยประมาณ  4-7  ปี เนื่องจากไม่พบปัญหาการถูกล่าจากผู้ล่าตามธรรมชาติ นี่เป็นข้อดีของการเอาเม่นแคระมาเลี้ยงอย่างถูกวิธีนะคะ
เม่นแคระมีความทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและสภาพแวดล้อมอย่างกะทันหันได้น้อยมาก แต่มีการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ดีพอควร จึงต้องระวังเรื่องอุณหภูมิและความสะอาดของวัสดุรองนอนเป็นพิเศษ 




โรคที่พบได้บ่อยในเม่นแคระได้แก่
  • มะเร็ง โดยมากจะลามไปที่กระดูกได้ค่อนข้างเร็ว
  • โรคอ้วน ซึ่งจะมีผลต่อตับและหัวใจตามมาด้วยเช่นกัน
  • โรคทางระบบประสาท (Wobbly Hedgehog Syndrome) พบได้ค่อนข้างบ่อย จะพบว่าเริ่มจากอาการกล้ามเนื้อเริ่มอ่อนแรงและจะเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ
  • โรคผิวหนังต่างๆ เช่น ผิวหนังอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา และขี้เรื้อน ซึ่งเม่นแคระจะมีอาการคันมาก บางครั้งขนหรือหนามก็จะร่วง ผิวหนังแดงอักเสบ เมื่อพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาเม่นแคระของเราไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน เพื่อการรักษาอย่างทันท่วงทีค่ะ และรีบแยกตัวป่วยออกจากตัวอื่นในกรณีที่เลี้ยงหลายตัวรวมกัน
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS

# วิธีกำจัดกลิ่นจากการเลี้ยงเม่นแคระ กำจัดกลิ่นจากการเลี้ยงเม่นแคระ

ข้อกังวลใจอย่างหนึ่งสำหรับคนที่สนใจอยากจะเลี้ยงเม่นแคระคือ เรื่องของกลิ่นจากการเลี้ยงเม่นแคระว่าจะมีมากน้อยแค่ไหน และจะกำจัดกลิ่นดังกล่าวอย่างไร จริงๆแล้วเม่นแคระที่เลี้ยงกันนั้น เป็นสัตว์ที่ไม่มีกลิ่นตัวแต่กลิ่นจะมาจากการขับถ่ายมากกว่า อาหารหลักที่ให้จะเป็นอาหารแมวเม็ด อาจเสริมด้วยหนอนนก ผลไม้ก็เป็นพวกแอปเปิ้ล องุ่นหวาน จะเห็นว่าอาหารดังกล่าวจะมีกลิ่นค่อนข้างน้อย ดังนั้นเมื่อเม่นแคระขับถ่ายออกมาก็จะมีกลิ่นที่น้อยลงไปด้วย ดังนั้นถ้าคุณรู้จักจัดการกับกลิ่นพวกนี้ กลิ่นที่เกิดจากการเลี้ยงเม่นแคระก็จะไม่มาสร้างปัญหาให้กับคุณแน่นอน
ในเบื้องต้นเริ่มจากตำแหน่งในการวางกล่องเลี้ยงเม่นแคระ ควรวางกล่องเลี้ยงเม่นแคระในบริเวณที่อาหารถ่ายเทสะดวกตลอดทั้งวัน เพื่อช่วยระบายอากาศภายในกล่องเลี้ยงเม่นแคระ ขนาดของกล่องควรมีขนาดที่ใหญ่พอประมาณ
การจัดการกับสิ่งขับถ่ายของเม่นแคระนั้นควรทำความสะอาด เก็บขี้เลื่อยส่วนที่สกปรกออกทิ้ง และเติมขี้เลื่อยใหม่เข้าไปแทนทุกวัน เช้า-เย็น โดยเฉพาะช่วงเช้าซึ่งจะมีสิ่งขับถ่ายของเม่นแคระออกมามาก เมื่อครบ 2 อาทิตย์ควรทำความสะอาดล้างกล่องเลี้ยงเม่นแคระทั้งหมด แค่นี้ก็ไม่มีปัญหากับกลิ่นจากการเลี้ยงเม่นแคระแล้ว
สีขนเม่นแคระ(สีหนาม)
สีขนหรือสีหนามเม่นแคระนั้น มีหลากหลายโทนสี เรื่องราคาก็แตกต่างกันออกไป ตามความยากง่ายในการเกิดโทนสีนั้นๆ ออกมา แต่อยากจะให้มองถึงความชอบส่วนตัวมากกว่าความนิยม โทนสีของหนามไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกว่าตัวนั้นเลี้ยงง่าย หรือเลี้ยงยากกว่า หากเปรียบเทียบโทนสีขนเม่นแคระเป็นเช่นดังกับผิวคน ก็ไม่ได้หมายความว่าคนผิวดำ จะต้องเป็นคนไม่ดี เป็นคนเลว เสมอไป และในทางกลับกันคนผิวขาว ก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีเสมอไปเช่นกัน
อีกอย่างสีขนของเม่นแคระนั้น สำหรับบางสีตอนเม่นแคระเล็กๆอาจเป็นอีกสี แต่เมื่อมีการพลัดขนเป็นเม่นโต ตอนอายุประมาณ 4 เดือน สีขนของเม่นแคระอาจเปลี่ยนเป็นอีกสีก็ได้ นี่ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของเม่นแคระที่คุณจะได้มีโอกาสลุ้นสีหนามของ เม่นแคระว่าจะสวยงามเพียงใด ตอนผลัดขนเป็นเม่นแคระโต
  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • Twitter
  • RSS